Happiness from developmentnewsroyal project

สุขจากการพัฒนา ตอน ชีสนมแพะ..ความพยายามที่สร้างสุข

บรีชีส หั่นเป็นชิ้นเต๋า ทานกับผลไม้แห้ง ผลไม้สด หรือแครกเกอร์ มีเครื่องดื่มร้อนจิบให้คล่องคอ เป็นอาหารที่อุดมด้วยธาตุอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

          บรีชีส ดังกล่าวเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ของนายสบัน ทะนวนรัมย์ เกษตรกรในหมู่บ้านรอบพื้นที่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ที่ได้รับการจัดตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ ด้านเกษตรผสมผสานและเลี้ยงแพะนม

สบัน จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สัตวศาสตรบัณฑิต สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลอีสานวิทยาเขตสุรินทร์ ได้ผ่านการทำงานทั้งฟาร์มวัว ฟาร์มสุกร แล้วกลับไปบ้านที่บุรีรัมย์ช่วยทำโรงงานน้ำแข็งของที่บ้าน แต่สุดท้ายได้แต่งงานมาอยู่บ้านภรรยาที่ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา เข้าทำงานโรงงานไม้อัด 1ปีแต่ไม่ชอบระบบโรงงาน จึงเปลี่ยนไปทำงานฟาร์มแพะที่พัทยา จังหวัดชลบุรี ทำหน้าที่ดูแลสุขภาพแพะและรีดนมแพะ นานประมาณ 8ปี เมื่อเก็บเงินออมได้ทุนจำนวนหนึ่ง จึงลาออกมาสร้างฟาร์มแพะของตนเองกับครอบครัว ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา

         แรกเริ่มสบันตั้งใจเลี้ยงแพะเพื่อขายนม แต่เนื่องจากความนิยมบริโภคนมแพะในประเทศไทยยังมีน้อย สบันจึงนำความรู้สมัยทำงานฟาร์มแพะนมที่พัทยามาแปรรูปน้ำนมแพะเป็นชีสรูปแบบต่างๆ

สบันทำชีสนมแพะแนวฝรั่งเศส มีด้วยกัน 3 ชนิด คือ ชนิดแรกชีสที่บ่มโดยไม่ใช้รา ชนิดที่2 บรีชีสหรือชีสที่บ่มด้วยราขาว และชีสสุดท้ายใส่ชาโคล ปัจจุบันสบันสามารถทำตลาดในจังหวัดแหล่งท่องเที่ยวใหญ่ ทั้งเชียงใหม่และภูเก็ต เน้นส่งร้านอาหารยุโรป ผ่านระบบรถขนส่งห้องเย็น

สบันสามารถประสานด้านการตลาดกับร้านอาหารยุโรปในกรุงเทพมหานครแล้ว แต่ยังติดปัญหาที่ร้านอาหารในกรุงเทพส่วนใหญ่ต้องการให้ชีสผ่านการตรวจ อย. โดยสบันเล่าว่าขณะนี้ได้พัฒนาสถานที่ผลิตแล้วเสร็จเกือบ 100%  รอเพียงเอกสารที่จะขอมาตรฐาน อย. หากได้รับมาตรฐานแล้วก็จะเปิดช่องทางตลาดใหญ่ได้อีกทางหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจุบันสบันจะเลี้ยงแพะอยู่ประมาณ 80แม่บนพื้นที่4ไร่แล้ว ปริมาณน้ำนมที่มาผลิตชีสก็ยังไม่เพียงพอ จึงพยายามสร้างเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงแพะนม เพื่อจัดตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจ โดยขณะนี้มีสมาชิกแล้ว 8-9 คนป้อนน้ำนมแพะมาให้สบันผลิตชีส ขณะที่สมาชิกจะได้รายได้จากการขายน้ำนมแพะ

          นอกจากการผลิตชีสนมแพะแล้ว สบันยังได้รับความรู้จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในการแปรรูปนมแพะเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิว สร้างรายได้อีกทางหนึ่ง รวมทั้งยังมีรายได้จากการทำเกษตรผสมผสาน ขายพืชผักผลไม้ ขายแพะเนื้อและพันธุ์แพะ ทำให้ปัจจุบันสบันมีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 20,000-30,000 บาท

          ระยะเวลา 8 ปีที่สบันเริ่มก่อร่างสร้างฟาร์มแพะนมของตนเอง สบันได้ใช้ความพยายามในการพัฒนาผลผลิตจากน้ำนมแพะแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไม่เพียงแต่ระยะเวลาในการดำเนินงานเท่านั้น ยังต้องใช้ความอดทน ความหมั่นเพียร และความใฝ่รู้ เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่ยังเป็นเรื่องใหม่ของสังคมไทย ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างความมั่นคงทางอาชีพให้กับเกษตรกรไทย

ความพยายามของสบันในการมุ่งมั่นพัฒนาอาชีพเลี้ยงแพะนม ให้อยู่รอดและเติบโต อีกทั้งยังถ่ายทอดความรู้ของตนเองให้กับเพื่อนเกษตรกรหรือผู้ที่สนใจเข้ามาเรียนรู้ ทำให้สบันได้รับโล่พร้อมเกียรติบัตร ศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ ปี พ.ศ.2567 จากสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือ สำนักงาน กปร.

          การเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไปของสบัน เติบโตด้วยความสุจริต ก้าวสู่กระแสตลาดอาหารคุณภาพสูงอย่างไม่เบียดเบียนผู้อื่น เป็นก้าวที่มีความสุขในการพัฒนาของสบัน ทะนวนรัมย์ ที่ได้เดินตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง.

บทความโดย สุวินา เอี่ยมสุทธา

ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์ของ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ