เมื่อเร็วๆนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดย ดร.แสนวสันต์ ยอดคำ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร ได้รับรางวัลบทความวิจัยยอดเยี่ยมด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อความเป็นเลิศสำหรับชุมชน เรื่อง “การลดก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตปุ๋ยอินทรีย์แบบไม่พลิกกลับกองจากเศษใบไม้ในป่าชุมชนพื้นที่อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่” ภายใต้โครงการ “ป่าปลอดเผา” โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในงานประชุมสัมมนาวิชาการรูปแบบพลังงานทดแทนเพื่อชุมชนแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 17 (TREC-17) ภายใต้หัวข้อ “เทคโนโลยีพลังงานทดแทนที่เหมาะสมสำหรับการขยายผลสู่ชุมชนอัจฉริยะ” โดยมีเป้าหมาย เป็นแนวทางในการจัดการสิ่งแวดล้อมโดยชุมชนอย่างถูกวิธี ลดการเผาป่า ที่ก่อให้เกิดปัญหาหมอกควันไฟป่าและฝุ่นควัน PM 2.5 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ศูนย์แม่ริม จ.เชียงใหม่

นางสาวพิไลลักษณ์ พิชัยวัตต์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการด้านพั
ฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิ
จการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ เล็งเห็นปัญหาหมอกควันไฟป่า และฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือที่เกิดขึ้นต่อเนื่
องทุกปี จึงได้เข้าไปดำเนินงานด้
านความยั่งยืนตั้งแต่ปี 2558 หลายพื้นที่ใน 5 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย จ.น่าน จ.พะเยา และ จ.ลำปาง ล่าสุดได้เข้าไปดำเนินโครงการ “ป่าปลอดเผา” (Zero Forest Burning) ใน อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีจุดความร้
อน (Hotspot) สูง และอยู่ติดกับชายแดนไทย – เมียนมา โดยทำงานร่วมกับภาครัฐ ภาคประชาสังคม และชุมชน มุ่งช่วยกันลดเชื้อเพลิ
งธรรมชาติที่ก่อให้เกิดไฟป่
าในพื้นที่ป่าชุมชน อันเป็นสาเหตุการเกิดหมอกควั
นไฟป่าและฝุ่น PM 2.5 ในภาคเหนือ สนับสนุนให้ชุมชนเก็บใบไม้แห้
งออกจากพื้นที่ป่าชุมชน 6 แห่ง นำมาแปรรูปเป็นปุ๋ยอินทรีย์สร้
างมูลค่าเพิ่ม ด้วยองค์ความรู้จากมหาวิทยาลั
ยแม่โจ้ นอกจากนี้ ยังได้รับการสนับสนุนการจั
ดทำงานวิจัย เพื่อศึกษาผลของโครงการฯ ให้สามารถเป็นแนวทางในการจั
ดการสิ่งแวดล้อมโดยชุมชนอย่างถู
กวิธี ลดการเผาป่า เพื่อลดปริมาณชีวมวลในพื้นที่ป่
าและลดการเผา และประเมินการลดการปล่อยก๊าซเรื
อนกระจก ให้ชุมชนมีส่วนร่วมสู่ความเป็
นกลางทางคาร์บอน (Carbon neutrality)

ดร.แสนวสันต์ ยอดคำ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิ
ศวกรรมเกษตร คณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เปิดเผยว่า การจัดทำวิจัยเรื่อง “การลดก๊าซเรือนกระจกจากการผลิ
ตปุ๋ยอินทรีย์แบบไม่พลิกกลั
บกองจากเศษใบไม้ในป่าชุมชนพื้
นที่อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่” ภายใต้โครงการ “ป่าปลอดเผา” ที่ดำเนินงานโดยเครือเจริญโภคภั
ณฑ์ เป็นการศึกษาผลจากการจัดเก็
บใบไม้แห้งมาผลิตเป็นปุ๋ยอินทรี
ย์โดยใช้วิธีการหมักแบบไม่พลิ
กกลับกอง เพื่อประเมิ
นความสามารถในการลดก๊าซเรื
อนกระจกของโครงการ โดยใช้วิธีการคำนวณตามวิธีที่
องค์การบริหารจัดการก๊าซเรื
อนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ได้กำหนดแนวทางไว้ จากงานวิจัยพบว่า ใบไม้ที่ชุมชนบ้านเวียงแหงเก็
บได้ จำนวน 74,925 กิโลกรัม ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรื
อนกระจกได้ประมาณ 62.71 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เมื่อเทียบกับการฝังกลบ คิดเป็น 0.84 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่
อเศษใบไม้ 1 ตัน และสามารถลดการปล่อยก๊าซเรื
อนกระจกได้ประมาณ 102.97 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

ทางด้าน นางเฉลิมชัย โปธา ผู้ใหญ่บ้าน บ้านป่าไผ่ หมู่ 3 ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ เล่าว่า หมู่บ้านดูแลป่าชุมชนกว่า 400 ไร่ และมีใบไม้สะสมจำนวนมาก เกิดปัญหาเรื่องไฟป่าอยู่ตลอด ยิ่งมีใบไม้มาก ไฟป่าก็ยิ่งรุนแรงมาก ก่อนหน้านี้ไม่รู้จะนำใบไม้แห้
งไปใช้ประโยชน์อะไร พอมีโครงการ “ป่าปลอดเผา” ทำให้คนในชุมชนให้ความสนใจและมี
ส่วนร่วมเก็บใบไม้ ลดเชื้อเพลิงได้ แล้วการนำใบไม้ไปทำเป็นปุ๋ย เพราะหมู่บ้านกำลังจะทำกลุ่
มเกษตรอินทรีย์อยู่แล้ว ต้องทำเป็นวงจรแบบนี้ถึงจะไปได้
ทั้งนี้ งานวิจัยดังกล่าวฯ ได้รับรางวัลบทความยอดเยี่ยมด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อความเป็นเลิศสำหรับชุมชน ซึ่งยกย่องผลงานที่มีความโดดเด่นในการนำไปใช้แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมภายในชุมชน และถือเป็นนวัตกรรมทางความคิดที่เป็นทางเลือกใหม่ของการจัดการใบไม้แห้งที่เป็นเชื้อเพลิงที่ก่อให้เกิดไฟป่าและช่วยลดการเผาป่าจากการหาของป่า พร้อมทั้งยังสามารถลดต้นทุน โดยนำปุ๋ยหมักที่ได้ไปเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรในชุมชนอีกด้วย ตอบโจทย์ความยั่งยืนให้กับชุมชนได้