หลบร้อน…ล่องแพ ชมวิวกลางป่าสัก
ในวันที่อากาศยังคงร้อนอบอ้าวของปีนี้ เราเลือกที่จะเดินตามหาความร่มรื่นและไอเย็นของผืนป่า มากกว่ากลิ่นไอทะเล โดยจุดหมายปลายทางคือ ผืนป่าสักใหญ่อันดับต้นๆ ของเมืองไทย
ป่าสักนวมินทราราชินี
![]() |
![]() |
ถือเป็นผืนป่าสักขนาดใหญ่ กินพื้นที่กว่า 100,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ อ.ปางมะผ้า ปาย และ อ.เมืองแม่ฮ่องสอน
แน่นอนหากไปจากกรุงเทพฯ ถ้าไม่ย่นระยะทางด้วยการนั่งเครื่องบินไปที่แม่ฮ่องสอน เราก็สามารถเดินทางด้วยรถยนต์จากกรุงเทพฯ ถึงเชียงใหม่ แล้วใช้เส้นทางหมายเลข 107 และ1095 มุ่งตรงไปยัง จ.แม่ฮ่องสอน ผ่านอ.ปาย และอ.ปางมะผ้า
ก็นับว่าเป็นโชคดีมาก ที่การเดินทางในคราวนี้ ไปพร้อมคณะสำนักงานประสานงานโครงการพระราชดำริ (กปร.) เพื่อตรวจเยี่ยมความคืบหน้าของโครงการในพระราชดำริ โซนภาคเหนือ ที่เหินฟ้าเดินทางด้วยเครื่องบินของกองทัพอากาศ ก่อนจะมาต่อรถโฟร์วิลจากอ.เมือง แม่ฮ่องสอน ไปยัง หน่วยพิทักษ์ป่าน้ำตกซู่ซ่า(เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย) และบุกป่าฝ่าถนนลูกรังเข้าไปยังพื้นที่โครงการอนุรักษ์แหล่งพันธุกรรมไม้สักและพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎรบริเวณป่าลุ่มน้ำของ-ลุ่มน้ำปาย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
![]() |
![]() |
ความเป็นมาของผืนป่าแห่งนี้ เริ่มต้นที่กรมอุทยานฯ สำรวจพบป่าเบญจพรรณที่มีไม้สักธรรมชาติขึ้นกระจายเป็นวงกว้าง ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย และบางส่วนอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ปายฝั่งขวาและป่าสงวนป่าแม่ปายฝั่งซ้ายตอนล่าง ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่สูงตั้งแต่ 300-1,300 เมตรจากระดับน้ำทะเล พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงมีหินปูนปะปนอยู่ ไม้สักธรรมชาติที่พบขึ้นอยู่ตลอดแนวสองฝั่งของลำน้ำของและฝั่งขวาของลำน้ำปาย มีลักษณะดี ขนาดใหญ่ ลำต้นตรง อัตราการเจริญเติบโตสม่ำเสมอ สภาพป่ามีความสมบูรณ์ ที่สำคัญไม้สักที่พบมีลักษณะพิเศษด้านพรรณพืชที่น่าสนใจ คือ สามารถเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่สูงกว่า 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล อันเป็นระบบนิเวศที่หาได้ยากของประเทศไทย
แต่เนื่องด้วย พื้นที่โดยรอบมีชุมชนอาศัยอยู่ ซึ่งพบว่ามักแผ้วทางผืนป่าเพื่อทำการเกษตรเลื่อนลอย อาจนำไปสู่การบุกรุกและลักลอบตัดไม้ทำลายป่าเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นทางหน่วยงานดูแลเรื่องนี้ เห็นว่าควรหามาตรการดูแลพื้นที่ป่าดังกล่าวอย่างเข้มงวด เพื่อการสงวนรักษาพื้นที่ไม้สักธรรมชาตินี้ไว้เป็นแหล่งศึกษา ทดลอง วิจัย และการขยายพันธุ์ในอนาคต รวมถึงการดำรงรักษาไว้ซึ่งระบบนิเวศสำคัญที่หายากและมีความหลากหลายทางชีวภาพที่สมบูรณ์แห่งหนึ่ง ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเสริม สร้างจิตสำนึกของชุมชน ที่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่าอนุรักษ์อย่างมีส่วนร่วม ดำรงชีพอย่างถูกวิธีตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
กรมอุทยานแห่งชาติฯ จึงมีหนังสือถึงราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ เพื่อขอให้นำความกราบบังคมทูล สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ขอได้โปรดทรงรับเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ดังกล่าวและขอพระราชทานชื่อป่าไม้สักที่สมบูรณ์นี้เพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งต่อมาสำนักราชเลขาธิการ ได้มีหนังสือแจ้งกรมอุทยานแห่งชาติฯ ว่าสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี นาถ ทรงรับโครงการอนุรักษ์แหล่งพันธุกรรมไม้สักและพัฒนาคุณภาพชีวิตราษฎรบริเวณป่าลุ่มน้ำของ-ลุ่มน้ำปาย อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่18 ก.พ.2553 และทรงพระกรุณาพระราชทานชื่อป่าสักที่อุดมสมบูรณ์ว่า “ป่าสักนวมินทรราชินี”
เพื่ออนุรักษ์แหล่งป่าสักพื้นที่ 497.2 ตารางกิโลเมตร ในเขตพื้นที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย 344 ตารางกิโลเมตร และในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ปายฝั่งขวาตอนล่าง 2.2 ตารางกิโลเมตร และป่าสงวนแห่ง ชาติป่าแม่ปายฝั่งซ้ายตอนล่าง 151 ตารางกิโลเมตร ไม่ให้ถูกบุกรุกทำลาย กำหนดพื้นที่ป่าสักธรรมชาติ เนื้อที่ 6 หมื่นไร่ให้เป็นเขตอนุรักษ์ที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ อีกทั้งเพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของชุมชน เสริมสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และเป็นแหล่งศึกษาวิจัยด้านพันธุกรรมไม้สัก รวมถึงพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้านบริเวณป่าลุ่มน้ำของ-ลุ่มน้ำปาย จำนวน 4 หมู่บ้าน ประกอบด้วย บ้านห้วยชลอบ บ้านนาอ่อน บ้านมะโนรา และบ้านห้วยปมฝาก ส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าลีซอและกะเหรี่ยง ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ในเมื่อ1ในจุดประสงค์หลักคือจัดเป็นพื้นที่เพื่อการศึกษา เมื่อมาแล้ว กิจกรรมหลักของที่นี่ก็คือ การเดินศึกษาธรรมชาติ ระยะเดินเท้า 8 กม.แบ่งเป็น 4 ช่วงๆ แรก เดินขึ้นเขาเล็กน้อย เลียบไปตามลำห้อย ช่วงที่สอง เดินเลียบตามลำน้ำของ สลับป่าไผ่ ช่วงที่สามเดินเลียบไหล่เขาเล็กน้อย และช่วงที่สี่ เดินลงจากไหล่เขาเข้าสู่ป่าสัก
หรืออีกทางเลือก ก็คือล่องแพไปตามลำน้ำของ ซึ่งแม้ในช่วงหน้าร้อน น้ำในลำน้ำของจะลดลงมากจนน่าตกใจ โดยเจ้าหน้าที่ป่าไม้บอกว่า ปีนี้น้ำหายไปกว่าร้อยละ 60 จนเห็นแก่งหินโผล่มาให้ลุ้นเป็นระยะ แต่หาใช่อุปสรรคในการล่องลำน้ำชมธรรมชาติสองฝั่ง เพราะยังสามารถใช้เรือคยัค พายล่องมาได้เช่นกัน
ขึ้นจากแพ เดินเข้าป่าไปอีกร่วมสองกม.ทำโป่งเทียมให้สัตว์ และเดินลึกขึ้นไปบนเขา จนได้เห็นเป็นบุญตากับ “ต้นสัก” ใหญ่ขนาด 7 คน(ผู้ใหญ่)โอบยืนเด่นตระหง่าน ซึ่งไม่ได้พบเห็นได้ง่ายนักในยุคที่การลักลอบต้นไม้ยังคงมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันบวชต้นไม้ ล้อมผ้าสีฟ้า เป็นสัญลักษณ์
![]() |
![]() |
นอกจากนี้ ระหว่างลงเขา เรายังได้เห็น “ต้นสักแฝด” ยืนเบียดอยู่กลางผืนป่าโปร่ง ด้วยลักษณะลำต้นเดียวแต่เมื่อสูงพ้นดินมาราวเมตรกว่า ลำต้นก็แยกออกเป็นสองทาง ซึ่งต้องบอกว่าหากไม่สังเกตให้ดี ไม่มีทางเห็นเพราะเหลี่ยมมุมของลำต้น บดบังจุดเด่นจนเผลอมองผ่าน
เพลินกับธรรมชาติของป่าสักเต็มๆ ตาแล้ว ต้องบอกว่าใครสนใจจะมาชม ติดต่อไปได้ที่ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน ถนนปางล้อนิคม อำเภอเมือง จ.แม่ฮ่องสอน โทร/โทรสาร 053-695-007 ถามเส้นทาง ค่า ใช้จ่าย สิ่งต้องเตรียมไปให้เรียบร้อย แล้วค่อยจัดกระเป๋ามา..ป่าสักผืนใหญ่ยังรอผู้มีใจรักธรรมชาติมาเยือนเสมอจ้า.







