ไทย – ภูฏาน ร่วม สืบสาน รักษา และต่อยอด “โครงการหลวง”
ประเทศไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับราชอาณาจักรภูฏาน เมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๒ โดยประเทศไทยได้ให้การสนับสนุนด้านวิชาการ และด้านอื่น ๆ ซึ่งราชอาณาจักรภูฏานได้นำประสบการณ์ของประเทศไทยในมิติต่าง ๆ ไปปรับใช้ในการพัฒนาประเทศ ซึ่งทั้ง ๒ ประเทศร่วมสนับสนุนส่งเสริมความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ด้วยดีเสมอมา รวมถึง “โครงการหลวง” ด้วย

ทั้งนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งภูฏาน เสด็จฯ เยือนประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๔ ขณะทรงดำรงพระอิสริยยศมกุฎราชกุมาร เพื่อทอดพระเนตรการดำเนินงานโครงการหลวง โดยในปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ทรงเชิญคณะโครงการหลวงไทยไปเยือนราชอาณาจักรภูฏาน และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้ง “โครงการหลวงภูฏาน” ขึ้น ในปี พ.ศ. ๒๕๕๕ โดยมีโครงการหลวงของไทยเป็นต้นแบบ และนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของภูฏาน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปณิธานที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอด การดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวง ให้มีความต่อเนื่อง ยั่งยืน เป็นไปตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงให้การสนับสนุนและพัฒนาความร่วมมือด้านวิชาการ และการพัฒนาการเกษตรร่วมกันระหว่างมูลนิธิโครงการหลวงของไทย และโครงการหลวงภูฏานอย่างต่อเนื่อง

โดยมีการวางแผนต่อยอดการสนับสนุนด้านการผลิต ไม้ดอก ไม้ผล พืชผัก เทคโนโลยี การจัดการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ รวมไปถึงการพัฒนาศักยภาพพืชท้องถิ่นของภูฏาน เพื่อพัฒนาให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์ และการสนับสนุนด้านอื่น ๆ ที่เป็นความต้องการของภูฏาน
ความร่วมมือนี้เป็นหนึ่งในนโยบายของโครงการหลวง เพื่อสนองในพระราชปณิธาน “สืบสาน รักษา และต่อยอด” งานของ “โครงการหลวง” ให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศและนานาชาติ

