สจล. ผุดแอพฯ “This is able” เพื่อผู้พิการใช้ชีวิตไร้ขีดจำกัด
ทุกวันนี้สมาร์ทโฟนถือเป็นอุปกรณ์สื่อสารที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนเรา ไม่เฉพาะสำหรับคนปกติทั่วไปเท่า นั้นที่ใช้ประโยชน์ในติดต่อสื่อสารและติดตามข่าวสาร สำหรับผู้พิการเองสมาร์ทโฟนก็เป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยอำนวยความสะดวกการดำเนินชีวิตด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่เทคโนโลยีก้าวหน้าพัฒนาไปไกลได้ช่วยให้ผู้พัฒนาสามารถอัพเกรดฟังก์ชั่นและความสามารถของสมาร์ทโฟนได้มากขึ้น สาขาวิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ จึงพัฒนาแอพพลิเคชั่น “This is able” ขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการทางการได้ยิน การมองเห็น และการพูดหรือุสื่อความหมาย ให้สามารถสื่อสารได้ง่ายและตรงความหมายมากขึ้น ซึ่งในภาพรวมช่วยให้ผู้พิการสามารถพึ่งพาตนเองและอยู่ร่วมกับผู้ อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข โดยล่าสุดผลงานชิ้นนี้ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทบุคคลทั่วไป จากโครงการประกวดแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์สมาร์ทโฟนสำหรับผู้พิการทางการเห็น การได้ยิน หรือสื่อความหมาย โดยสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มาครอง 
ผศ.ดร.เกษมสุข เสพศิริสุข อาจารย์สาขาวิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์ สจล. วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น “This is able” ร่วมกับ อาจารย์อรรถศาสตร์ นาคเทวัญ เปิดเผยว่าแอพพลิเคชั่นนี้พัฒนาบนระบบแอนดรอย์ด้วยภาษาจาวา มีการใช้ภาพร่วมกับข้อความสำหรับผู้พิการทางการได้ยิน ใช้ไอคอนต่างๆ สำหรับผู้พิการทางการสื่อความหมาย และใช้ Talkback เพื่อออกเสียงเมื่อกดปุ่มต่างๆ สำหรับผู้พิการทางสายตา โดยความสามารถของแอพพลิเคชั่นแบ่งออกเป็น 6 โปรแกรมย่อย โดยรูปแบบการทำงานแต่ละโปรแกรมจะถูกแยกออกเป็น 6 ไอคอน แบ่งเป็น 3 แถวจากบนลงล่าง แถวละ 2 ไอคอนซ้ายและขวา ดังนี้
| 1.บนซ้าย –โปรแกรมบอกสีและลวดลาย | 4.บนขวา – โปรแกรมแผนที่และการระบุตำแหน่งรอบตัว |
| 2.กลางซ้าย – โปรแกรมอ่านวันหมดอายุ | 5.กลางขวา – โปรแกรมล่ามสื่อสาร |
| 3.ล่างซ้าย – โปรแกรมอ่านเอกสาร | 6.ล่างขวา – โปรแกรมเซนเซอร์เฝ้าระวังบ้าน |
เมื่อผู้ใช้งานกดปุ่มไอคอนต่างๆ โปรแกรมจะเริ่มทำงาน โดยกดครั้งแรกจะมีเสียงบอกและกดครั้งที่สองโปรแกรมถึงเริ่มทำงานจริง จากนั้นเมื่อเข้าสู่หน้าจอการทำงานแต่ละโปรแกรมเพื่อให้ง่ายต่อการจดจำและใช้งาน จึงได้ออกแบบให้ทุกโปรแกรมจัดวางตำแหน่งไอคอนเหมือนกัน คือ “มุมล่างขาว” เป็นปุ่มช่วยเหลือและสอนวิธีการใช้งาน “ตรงกลาง” เป็นปุ่มโฮมกลับไปยังหน้าหลัก “มุมล่างซ้าย” เป็นปุ่มสั่งงานต่างๆ เพื่อให้ใช้งานมือเดียวได้อย่าง สะดวก
ผศ.ดร.เกษมสุข อธิบายต่อว่าโปรแกรมทั้ง 6 ในแอพพลิเคชั่น ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาที่ผู้พิการต้องพบเจอกับความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวันเป็นหลัก โดยแต่ละโปรแกรมมีรูปแบบการทำงา น ดังนี้
- โปรแกรมอ่านค่าสีใช้งานด้วยการแตะหน้าจอถ้าเป็นสี พื้นจะออกเสียง “ไม่มีลวดลาย” ตามด้วยสีของวัตถุนั้นๆ แต่ถ้าเป็นสิ่งของมีลวดลายจะออก เสียง “มีลวดลาย” ตามด้วยสีของลวดลายบนวัตถุนั้นๆ แต่โปรแกรมจะจับค่าสีหลักที่กิน พื้นที่ส่วนใหญ่ของวัตถุไม่เกิน 3 สี ประโยชน์ของโปรแกรมนี้จะช่วยให้ ผู้พิการทางสายตา ได้ทราบถึงสีและลวดลายของวัตถุสิ่งของโดยเฉพาะเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย เพื่อให้สะดวกต่อการสวมใส่ให้เหมาะสมกับงานหรือวัฒนธรรมประเพณี
- โปรแกรมอ่านวันหมดอายุใช้งานด้วยการส่องกล้องที่ ฉลากสินค้าเมื่อพบข้อความ EXP. 28.05.60 จะออกเสียง “28 พฤษภาคม 2560” หรือเมื่อพบข้อความ BBF. 20/05/2017 จะออกเสียง “ยี่สิบ ศูนย์ห้า สองพันสิบเจ็ด” สามารถใช้ได้ทั้งรูปแบบวันที่ 6 และ 8 ตัวอักษร ประโยชน์ของโปรแกรมนี้จะช่วยออก เสียงบอกวันหมดอายุของสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหาร โดยกล้องจะพยายามหาตัวย่อของวัน หมดอายุ เช่น EXP – Expire date หรือ BBF – Best ผู้ใช้งานอาจต้องรอให้กล้องปรับ โฟกัสอัตโนมัติระหว่างอ่านค่า

- โปรแกรมอ่านเอกสารใช้งานโดยการกด “ปุ่มมุมซ้ายล่าง” เพื่อเปิดโปรแกรมถ่ายรูปของสมาร์ ทโฟน จากนั้นให้กดที่ชัตเตอร์เพื่อถ่ายภาพแล้วกดยืนยัน โปรแกรมจะส่งภาพไปคำนวณที่เซอร์เวอร์ เมื่อได้ผลกลับมาจะอ่านออกเสียง ให้ผู้ใช้งานฟัง หากต้องการฟังซ้ำให้กดปุ่มอ่านอีกครั้ง ประโยชน์ของโปรแกรมนี้นอกจากช่วยให้ผู้พิการ ได้เข้าใจตัวอักษรและข้อมูลสำคัญต่างๆ เช่น ฉลากยา สินค้า จดหมาย และหนังสือแล้ว ขณะเดียวกันยังเป็นประโยชน์ต่อผู้ ที่อ่านหนังสือไม่ออกด้วย

- โปรแกรมแผนที่และการระบุตำแหน่งรอบตัวใช้งานผ่านปุ่มสั่งงาน3 ปุ่มด้านซ้ายเรียงจากล่างขึ้นบน ดังนี้ “ซ้ายล่าง” คือที่อยู่ของฉัน เมื่อกดจะออกเสียงตามตำแหน่งที่ ผู้ใช้งานอยู่ เช่น “65 ซอยร่มเกล้า 25 แขวงลาดกระบัง “ซ้ายกลาง” คือที่ตั้งร้านค้า เมื่อกดจะออกเสียงบอกที่ตั้งร้านสะดวกซื้อในรัศมี 1กม. และ “ซ้ายบน” คือที่ตั้งโรงพยาบาล เมื่อกดจะออกเสียงที่ตั้งโรงพยาบาลในรัศมี 1 กม. ประโยชน์ของโปรแกรมนี้ช่วยให้ผู้ใช้งานทราบถึงตำแหน่งปัจจุบันของตนเองแล้ว ยังช่วยให้ทราบถึงทิศทางและที่ตั้งของร้านค้าและโรงพยาบาลช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางได้ โดยขณะที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการ พัฒนาให้โปรแกรมสามารถนำทางด้วยเสียง เพื่อเพิ่มความสะดวกในการนำทางขึ้นไปอีกระดับ

- โปรแกรมล่ามสื่อสารใช้งานโดยการกดปุ่มเชื่อมต่ออุปกรณ์กับNetPie ซึ่งเป็น Cloud Platform ที่ออกแบบและพัฒนาขึ้นเพื่อการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ เมื่อพร้อมใช้งานจะออกเสียง “เชื่อมต่อ NetPie แล้ว จากนั้นผู้ใช้งานกดปุ่ม “กดพูด” เพื่อเริ่มต้นการสนทนา เมื่อพูดแล้วโปรแกรมจะส่งข้อความไปยังห้องสนทนา ในทางกลับกันเมื่อคนอื่นส่งข้อความมาโปรแกรมจะออกเสียงให้ฟัง ประโยชน์ของโปรแกรมนี้ช่วยให้ผู้พิการทางสายตา การได้ยิน และคนทั่วไปสื่อสารถึงกันได้สะดวกขึ้น โดยแปลงข้อความจากเสียงเป็นอักษรและจากอักษรเป็นเสียง
- โปรแกรมเซนเซอร์เฝ้าระวังบ้าน ใช้งานโดยทำงานร่วมกับชุดเซนเซอร์ IoT เพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยในบ้าน เช่น เซนเซอร์อุณหภูมิเฝ้าระวังไฟไหม้ เซนเซอร์แสงตรวจสอบการเปิดปิดหลอดไฟ เซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวใช้จับการเคลื่อนไหวของคน โดยเมื่อเกิดความผิดปกติขึ้นภาย ในบ้าน ที่ตรงกับเงื่อนไขการตั้งค่าจะมี เสียงเตือนที่อุปกรณ์ เช่น “แสง 196อุณหภูมิ 23 องศา คนเคลื่อนไหวไม่มี” เป็นต้น
“จุดประสงค์ที่ได้ร่วมกับอาจารย์ สาขาวิชาวิศวกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ภาควิชาวิศวกรรมศาสตร์ สจล. วิทยาเขตชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ พัฒนาแอพพลิเคชั่น This is able ขึ้นมา เนื่องจากเล็งเห็นว่าทุกวันนี้ส มาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่คนมีติดตัว จึงเป็นการดีหากสามารถพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ดึงศักยภาพต่างๆ ของสมาร์ทโฟน เพื่อตอบสนองหรืออำนวยความสะดวก การใช้ชีวิตประจำได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้พิการ ซึ่งมีความยากลำบากในการดำเนินชีวิต ในภาพรวมนอกจากช่วยให้ผู้พิการสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างภาคภูมิ ยังช่วยให้สื่อสารอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมอย่างมีความสุขด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ สำหรับแผนการพัฒนาต่อยอดในอนาคตนั้น ขณะนี้อยู่ระว่างการพัฒนารูปแบบ การทำงานแต่ละโปรแกรม ให้สามารถทำงานเสถียรและใช้งานได้ง่ายขึ้น” ผศ.ดร.เกษมสุข กล่าว





ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่ ส่วนสารนิเทศและประชาสัมพันธ์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้า คุณทหารลาดกระบัง หมายเลขโทรศัพท์ 02-329-8111 หรือเข้าไปที่ www.kmitl.ac.th

