องคมนตรีเปิด-ปิดงาน “การนำคู่มือการบริหารจัดการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเชิงพื้นที่ด้วยกระบวนการ One plan มาสนับสนุนการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเขตพื้นที่ภาคเหนือ
วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดและปิดงาน “การนำคู่มือการบริหารจัดการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเชิงพื้นที่ด้วยกระบวนการ One plan มาสนับสนุนการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเขตพื้นที่ภาคเหนือ” ณโรงแรมแชงกรี-ลา เชียงใหม่
โดยนางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการ กปร. นายเชษฐา โมสิกรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดในเขตพื้นที่ภาคเหนือทั้ง 17 จังหวัด คณะที่ปรึกษาและคณะอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคเหนือ ผู้แทนส่วนราชการเข้าร่วมในพิธีจำนวน 330 คน และร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์ จำนวน 5,890 คน รวมจำนวนทั้งสิ้น 6,220 คน

โอกาสนี้ นายพลากรกล่าวว่า เป็นที่ประจักษ์ทราบกันโดยทั่วไปว่า ตลอดระยะเวลายาวนานพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและพระบรมวงศานุวงศ์ ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมเยียนราษฎรทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ โดยพระราชทานพระราชดำริแก้ไขปัญหาความยากไร้ให้กับราษฎรผ่านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เน้นให้มีความเหมาะสมกับภูมิสังคมและวิถีชีวิตของราษฎรเป็นหลัก

สืบเนื่องมาถึงรัชสมัยปัจจุบัน พระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสานรักษาและต่อยอดการดำเนินงานตามแนวพระราชดำริ เพื่อแก้ไขปัญหา เสริมสร้างความสุขและประโยชน์สุขให้แก่ราษฎร ซึ่งหน่วยงานต่างๆ ได้ดำเนินงานสนองพระราชดำริ มาอย่างต่อเนื่อง

การนำเครื่องมือการบริหารจัดการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเชิงพื้นที่ด้วยกระบวนการ One plan มาสนับสนุนการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเขตพื้นที่ภาคเหนือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่หน่วยงานทุกภาคส่วนได้ร่วมบูรณาการการทำงานเพื่อเสริมสร้างและพัฒนาการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ตามแนวพระราชดำริเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและประเทศชาติมีความมั่นคงยั่งยืน
โดยองคมนตรีได้กล่าวเปรียบเทียบว่าโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นเสมือนมรดก ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรพระราชทานไว้ การนำทรัพย์สินดังกล่าวมาต่อยอดให้เกิดประโยชน์โดยให้ประชาชนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบริหารทรัพย์สินนี้ให้เกิด ประสิทธิภาพสูงสุด จะเกิดผลสัมฤทธิ์ที่เพิ่มพูน และเกิดผลดีต่อประชาชน จึงขอให้ทุกหน่วยงาน ยึดหลักการมีส่วนร่วมของราษฎรหน่วยงานภาครัฐและองค์กรในพื้นที่เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับพระราชดำริในการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย สนองพระบรมราโชบายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา ต่อยอดโครงการและแนวพระราชดำริต่าง ๆ ที่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานไว้เพื่อสร้างโอกาสและทางเลือกในการยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพสกนิกรชาวไทย ซึ่งปัจจุบันมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริจำนวนทั้งสิ้น 5,201 โครงการ กระจายตามภูมิภาคต่างๆทั่วประเทศ โดยภาคเหนือมีจำนวน 1,980 โครงการซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราโชบายในการสืบสานรักษาต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย การขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ สำนักงาน กปร.จึงร่วมกับกระทรวงมหาดไทยดำเนินการ 2 กิจกรรมคือ กิจกรรมที่ 1 ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อหาแนวทางขับเคลื่อนและจัดทำแผนพัฒนาต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเชิงพื้นที่เขตพื้นที่ภาคเหนือนำร่องใน 3 จังหวัดคือ จังหวัดน่าน พิษณุโลกและจังหวัดเชียงใหม่ในระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน 2568 เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในระดับพื้นที่และบูรณาการงบประมาณจากแหล่งต่างๆ ทำให้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริสามารถดำเนินการตอบสนองความต้องการของราษฎรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กิจกรรมที่ 2 การจัดทำคู่มือการบริหารจัดการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเชิงพื้นที่ด้วยกระบวนการ One plan มาสนับสนุนการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เขตพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อให้เกิดกลไกการขับเคลื่อนที่ชัดเจนทั้งด้านการวางแผนและการดำเนินงาน

โอกาสนี้ องคมนตรี มอบคู่มือการบริหารจัดการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเชิงพื้นที่ฯ ให้แก่ ผู้บริหารของส่วนราชการ และผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ จำนวน 17 จังหวัด.

