EditorialEducation Newsnews

บทความพิเศษ “สร้างคนรุ่นใหม่รองรับนวัตกรรมเกษตรในอนาคต”

สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ตั้งเป้ารับนักศึกษาเข้าคณะเกษตรนวัตและการจัดการ70คนในปีนี้ เพื่อให้ศึกษาเรียนรู้การนำวิชาการไปใช้ให้เกิดประโยชน์จริง สร้างนวัตกรรมใหม่ให้เกิดขึ้น รองรับความต้องการของตลาดและวิถีชีวิตในอนาคต

ดร.มนตรี คงตระกูลเทียน คณบดีคณะเกษตรนวัตและการจัดการ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ให้สัมภาษณ์ผ่านระบบออนไลน์ในรูปแบบNew Normal ถึง เส้นทางอาชีพกับโอกาสการศึกษา..สู่การทำงานในยุคโควิด19 กับคณะเกษตรนวัตและการจัดการ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์  “สร้างอาชีพด้วยมืออาชีพ” โดยเปิดเผยว่า ทางคณะได้สร้างบัณฑิตมาแล้ว 9รุ่นตั้งแต่ปี 2556 มีจำนวนทั้งสิ้น 220คน โดยปี2565นี้ ตั้งเป้ารับนักศึกษาเข้าเรียน 70คน เพื่อสร้างบัณฑิตที่พร้อมก้าวเข้าสู่เส้นทางการตลาดเกษตรแนวใหม่ในยุคโควิด19

รูปแบบการเรียนการสอนของคณะนั้น ผู้เรียน  หลักสูตร และ อาชีพ ถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน จึงทำให้ได้งานทำและพัฒนาในงานอย่างรวดเร็ว โดยตลอด4ปี มีภาคการศึกษาใหญ่8ภาค ภาคการศึกษาย่อย 16ภาค  ไม่มีการปิดเทอม มีการเรียนในลักษณะเรียนทฤษฎีสลับกับภาคปฏิบัติทั้งการเข้าlab การสัมมนา การอภิปราย และการฝึกงานจริงในรูปแบบธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ เพื่อให้นักศึกษาได้นำความรู้จากภาควิชาการไปใช้ปฏิบัติจริง อาทิ นำนำวิชาฟิสิกส์ไปใช้ในการวางระบบไฟฟ้าในฟาร์ม วางระบบน้ำในฟาร์ม การนำวิชาเคมีไปใช้ประยุกต์ในการนำสารเคมีไปใช้บำรุงต้นพืช แก้ปัญหาโรคและแมลง การนำวิชาชีววิทยาไปใช้ในการพัฒนาพืชในท้องถิ่นให้เป็นสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ

การศึกษาของคณะจะเน้นให้นักศึกษาฝึกคิดและต่อยอดนวัตกรรม โดยในปีแรก นักศึกษาทุกคนจะได้เรียนการจัดการพัฒนาธุรกิจเกษตรโดยจะต้องเข้าไปฝึกงานในร้าน 7-11เพื่อให้ทราบทิศทางของการตลาดว่าผู้บริโภคมีความสนใจและต้องการสินค้าชนิดใด เพราะเหตุใด แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์สินค้าแต่ละชนิด เพื่อสร้าง value supply chain

ทั้งนี้ เมื่อจบภาคการศึกษาในแต่ละชั้นปี ทางคณบดีและคณาจารย์จะสัมภาษณ์นักศึกษาแต่ละคนว่าได้รับองค์ความรู้อะไร เกิดประโยชน์อย่างไร จะประยุกต์อย่างไร และมีความสนใจด้านไหนอย่างไร เพื่อจัดการเรียนให้กับนักศึกษาแต่ละคนได้อย่างเหมาะสมในชั้นปีถัดไปตลอดการศึกษา เมื่อถึงชั้นปีที่ 2 จะได้ฝึกงานกับภาคธุรกิจต้นน้ำ ชั้นปีที่3ฝึกงานกับกลางน้ำ และชั้นปีสุดท้ายได้ฝึกงานกับภาคธุรกิจปลายน้ำที่จะได้มีโอกาสต่อยอดอาชีพหลังจบภาคการศึกษา วิธีนี้นอกจากจะฝึกให้นักศึกษารู้จักค้นคว้าและวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ อย่างมีเหตุผล ยังทำให้นักศึกษากล้าแสดงออก  และเรียนรู้ที่จะรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างจากเพื่อนๆ พร้อมไปกับการแบ่งปันช่วยเหลือเกื้อกูลเพื่อนด้วย

ดร.มนตรี กล่าวด้วยว่า การทำธุรกิจเกษตรนั้นจะต้องศึกษาทิศทางของตลาดทั้งในและต่างประเทศ เช่น จากอดีตยางพาราราคาตกต่ำมาก แต่ปีนี้ราคายางพารากลับมาสูงขึ้น ภาคการผลิตรถยนต์กลับเข้ามาตั้งฐานในประเทศไทย ขณะที่พืชสมุนไพรก็ตอบโจทย์ปัญหาโควิด19และความสนใจในการดูแลสุขภาพของคนยุคปัจจุบัน รวมถึงตลาดผลไม้ไทยที่มีความโดดเด่นมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งทุเรียน มะม่วง มังคุด จึงเป็นประเด็นที่นักศึกษาสามารถนำข้อมูลมาใช้วิเคราะห์การทำธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ เพื่อนำไปต่อยอดวางแผนกลยุทธ์ในการบริหารจัดการธุรกิจในแต่ละส่วนได้อย่างหลากหลาย

ทั้งนี้คณาจารย์ของคณะเกษตรนวัตและการจัดการ เป็นผู้ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในด้านงานบริหารธุรกิจ นำความรู้และประสบการณ์ด้านการบริหารธุรกิจมาถ่ายทอด พร้อมสอดแทรกความรู้ในด้านการลงทุน และการตลาดต่างๆ อย่างเป็นระบบ เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจภาพรวมของธุรกิจและพร้อมที่จะต่อยอดแนวคิดสร้างนวัตกรรมใหม่ให้ทันต่อสถานการณ์ในยุคปัจจุบัน

 

นอกจากนี้นักศึกษายังได้เรียนรู้วิชาด้านบัญชี การเงิน การตลาด ฯลฯ ทำให้ได้เข้าใจและมองภาพรวมธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น รู้ที่มาของการลงทุน รายได้และกำไร ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการทำธุรกิจที่เกษตรกรรุ่นใหม่ต้องให้ความสำคัญ จึงจะทำให้ธุรกิจที่ทำประสบผลสำเร็จ รวมไปถึงการทำงานในสหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน ก็ประยุกต์ใช้ได้

ดร.มนตรี คงตระกูลเทียน ยังเปิดเผยด้วยว่า ตลอด9ปีที่ผ่านมา นักศึกษาของคณะไม่มีคนใดที่ตกงาน เพราะคณาจารย์ได้ให้ความสนใจแนะนำแนวทางการศึกษาให้นักศึกษาแต่ละคนอย่างเข้มข้น ตรงตามความต้องการ เพื่อให้นักศึกษาเหล่านี้เป็นบัณฑิตที่สามารถทำงานในภาคธุรกิจเกษตรตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระทั่งปัจจุบันเกิดปรากฎการณ์บริษัทเอกชนชั้นนำได้ติดต่อรับบัณฑิตใหม่ของสถาบันเข้าทำงานถึง80% ส่วน20%ที่เหลือเป็นนักศึกษาที่ต้องใช้ทุนทำงานกับเครือเจริญโภคภัณฑ์

สำหรับการเข้าศึกษากับคณะเกษตรนวัตและการจัดการ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ ทางสถาบันจะมีทุนการศึกษาให้กับเยาวชนที่สนใจใน3ระดับด้วยกัน คือ ระดับแรกทุนเจียระไนเพชร ที่มอบทุนให้97% คือจากค่าใช้จ่ายตลอดการศึกษา 284,000บาท ทางสถาบันจะให้นักศึกษาจ่ายค่าเล่าเรียนเพียงเทอมละ 3,500บาท จำนวน8ภาคการศึกษา คือมีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น28,000บาทตลอดการศึกษา โดยเมื่อจบการศึกษาจะเข้าทำงานกับบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์2ปี  ระดับที่สองทุน50% ตลอดการศึกษานักศึกษาจะจ่ายค่าเทอมเพียง142,000บาท และเมื่อจบการศึกษาจะได้เข้าทำงานกับบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์เป็นเวลา1ปี และระดับที่สามทุนส่วนลด เพียงนักศึกษาสมัครเข้าเรียนจะมีค่าใช้จ่ายเทอมแรก 5,000บาท จากนั้นจะได้ส่วนลดต่างๆรวมแล้ว10%จากค่าใช้จ่ายตลอดการศึกษาทั้งสิ้น284,000บาท

สถาบันยังมีสำนักพัฒนานักศึกษา และศูนย์ที่ปรึกษาและพัฒนาอาชีพนักศึกษาดูแลการหางานพิเศษให้นักศึกษาที่ต้องการมีรายได้ในช่วงระหว่างเรียน เพื่อแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง และทำให้นักศึกษาเห็นคุณค่าของเงินและรู้จักวางแผนการใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ.