สุขจากการพัฒนา ตอน บริหารจัดการพรุโต๊ะแดง เพื่อสุขของปวงชน
สายลมอ่อนๆและเสียงสรรพสัตว์ที่ได้ยินยามเดินไปตามสะพานที่ทอดตัวยาวเข้าไปในป่าพรุโต๊ะแดง ณ ศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร จังหวัดนราธิวาส สร้างความสงบเย็นและผ่อนคลาย

พรุโต๊ะแดงมีพื้นที่รวมทั้งสิ้น209,755ไร่ ครอบคลุมอำเภอตากใบ อำเภอสุไหงปาดี อำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอเจาะไอร้อง และอำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส มีแหล่งน้ำสำคัญ 3 สายไหลผ่าน คือ แม่น้ำบางนรา, คลองสุไหงปาดี และคลองโต๊ะแดง

ผืนป่าแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นแหล่งอาศัยของสรรพสัตว์ แต่ผู้คนยังอาศัยพื้นที่แห่งนี้ในการทำกิน ดังเช่น นางสารินี นิลวิจิตร เกษตรกรตำบลปูโยะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส มีพื้นที่ 1ไร่เศษ ได้เปลี่ยนจากการทำยางพาราอย่างเดียวแล้วประสบปัญหาโรคทำลายผลผลิต มาทำการเกษตรแบบผสมผสานอย่างพอเพียง โดยปลูกปาล์มน้ำมัน ยางพารา สะตอ สับปะรด มะพร้าว มะกรูดและมะนาว ปลูกแบบยกร่องเพื่อใช้น้ำรดพืชผัก และมีสระน้ำสำรองยามแล้ง
องค์ความรู้ในการทำเกษตรผสมผสานและการแก้ปัญหาโรคแมลงนี้นางสารินีได้รับความช่วยเหลือจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ในโอกาสที่พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมด้วยนางพิชญดา หัศภาค รองเลขาธิการ กปร. และคณะอนุกรรมการฯ เดินทางไปเยี่ยมชมผลสัมฤทธิ์โครงการบริหารจัดการป่าพรุโต๊ะแดง บ้านโต๊ะแดง ตำบลปูโยะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ได้รับทราบแผนการบริหารจัดการป่าพรุโต๊ะแดง จังหวัดนราธิวาส ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2564 – 2568)ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักงาน กปร. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และจังหวัดนราธิวาส เพื่อสนองพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในการบริหารจัดการพื้นที่พรุโต๊ะแดง

โดยรับทราบว่ามีการกำหนดขอบเขตการใช้ที่ดินบริเวณพื้นที่พรุในจังหวัดนราธิวาส จากการสำรวจในปีพ.ศ.2562พบว่ามีป่าพรุโต๊ะแดงมีพื้นที่รวม 209,755ไร่ แบ่งออกเป็น พื้นที่เขตพัฒนาที่มีโครงการพัฒนาเข้าไปดำเนินการแล้วมีเนื้อที่ 60,493ไร่ เขตอนุรักษ์หรือเขตฟื้นฟูสภาพป่าพรุมีเนื้อที่ 27,443ไร่ เขตสงวนเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า มีเนื้อที่ 121,819ไร่

ทั้งนี้ หน่วยงานต่างๆได้ร่วมมือกันแก้ปัญหาอาชีพให้ราษฎรที่อาศัยอยู่บริเวณรอบขอบพื้นที่ป่าพรุโต๊ะแดง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาและการส่งเสริมอาชีพ โดยแนะนำให้เกษตรกรในพื้นที่ปลูกพืชอายุสั้น เช่น ผัก การปรับสภาพดิน การส่งเสริมปลูกปาล์มน้ำมัน การเลี้ยงปลาในบ่อพลาสติก การเลี้ยงไก่พื้นเมืองไก่ไข่และเลี้ยงเป็ดเทศ การส่งเสริมให้แปรรูปผลผลิตจากป่า เช่น การแปรรูปผลหลุมพีเป็นอาหารทั้งน้ำพริก น้ำสมุนไพร การแปรรูปสาคู การทำขนมจาก รวมทั้งการส่งเสริมให้ทำเครื่องจักสานกระจูด ย่านลิเภา และการทอผ้าลวดลายท้องถิ่น

ทางด้านการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรและป้องกันไฟป่า นับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยกรมชลประทานได้กำหนดการบริหารจัดการไว้ 2ช่วง คือฤดูแล้งมีการเก็บกักน้ำเพื่อป้องกันไฟไหม้ป่าพรุโต๊ะแดงระหว่างเดือนมกราคมถึงมิถุนายน ส่วนฤดูฝนมีการป้องกันน้ำจากพรุโต๊ะแดงไหลข้ามคันกั้นน้ำเข้าท่วมพื้นที่เกษตรและบ้านราษฎรด้วยการลดระดับน้ำที่เก็บกักเพื่อให้พรุเป็นแก้มลิงรองรับปริมาณน้ำฝนที่ตกหนักในเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม มีการทะยอยพร่องน้ำตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงตุลาคมลงเดือนละประมาณ 20 เซนติเมตร สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศและสถานการณ์น้ำของกรมอุตุนิยมวิทยา

คลองปาเสมัส ที่ขนานไปกับคลองที่ขุดขึ้นเพื่อระบายน้ำจากป่าพรุโต๊ะแดง เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริของ ในหลวงรัชกาลที่ 9
ขณะที่สถานีควบคุมไฟป่า ป่าพรุโต๊ะแดง ได้ติดตั้งจุดสเกลวัดระดับน้ำรอบๆป่าพรุ ทั้ง 4 อำเภอ คือ อำเภอสุไหงปาดี อำเภอตากใบ อำเภอสุไหงโกลก และ อำเภอเมือง โดยประสานกับชลประทานในการกักเก็บน้ำในพรุให้เหมาะสม เพื่อป้องกันไฟป่าป่าพรุและไม่กระทบต่อวิถีชีวิตชาวบ้านรอบๆป่าพรุ ทั้งนี้มีการประชาสัมพันธ์กับผู้นำท้องถิ่นผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่ให้รับทราบและตระหนักถึงผลกระทบจากการเกิดไฟป่า ทั้งข้อกฎหมายและบทลงโทษ ตรวจสอบและวัดระดับน้ำในป่าพรุทุกวันเพื่อตรวจสอบจุด Hotspot

ทางด้านศูนย์วิจัยและศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธรยังสร้างเครือข่ายเพื่อนชาวพรุขึ้นตั้งแต่ปี2537จนถึง2565มีเยาวชนเข้าอบรมแล้ว87รุ่นมีเยาวชนร่วมเรียนรู้6,810คน และยังทำโครงการครูป่าไม้ให้ความรู้แก่นักเรียน ในอำเภอสุไหงปาดี ระหว่างปี2564-2566 แล้ว 3โรงเรียน คือ โรงเรียนได้แก่โรงเรียนมัธยมสุไหงปาดี โรงเรียนบ้านตาเซะเหนือ และโรงเรียนวัดประดิษฐ์บุปผา อีกทั้งยังสร้างการเรียนรู้ในวงกว้างด้วยการเปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าพรุโต๊ะแดง ทางบกด้วยสะพานทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะทาง 1,095 เมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 40นาที เส้นทางทางน้ำด้วยการพายเรือในคลองโต๊ะแดงและคลองควาย ระยะทาง 1,250 เมตร ใช้เวลา ประมาณ 45 นาที

การบริหารจัดการพรุโต๊ะแดง ป่าพรุผืนใหญ่ผืนสุดท้ายของประเทศไทย จึงมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้การอยู่ร่วมกับผืนป่าแห่งนี้ของชาวไทยเป็นไปอย่างผาสุกอย่างแท้จริง.
บทความและภาพโดย สุวินา เอี่ยมสุทธา

