Central RegionnewsRoyal Newsroyal project

องคมนตรีติดตามความคืบหน้าโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่จังหวัดลพบุรี

<span;><span;>วันศุกร์ที่ 15 กันยายน 2566 เวลา 09.00 น. พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคกลาง พร้อมด้วย พลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี รองประธานอนุกรรมการฯ นางพิชญดา หัศภาค รองเลขาธิการ กปร. และคณะอนุกรรมการฯ เดินทางไปยังโครงการสถานีสูบน้ำไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบ้านชัยบาดาลยุคใหม่ ตำบลชัยบาดาล อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี

โดย ได้รับฟังคำบรรยายสรุป ปัญหาและความต้องการน้ำของประชาชนในพื้นที่ จากผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี และ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทาน ที่ 10 ได้รายงานความคืบหน้า โครงการ สถานีสัตว์น้ำไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบ้านชัยบาดาลยุคใหม่

<span;>โอกาสนี้<span;>องคมนตรีได้กล่าวให้ข้อเสนอแนะว่า ให้มีการปลูกหญ้าแฝกตามคันอ่างเก็บน้ำเพื่อป้องกันการพังทลายของดิน โดยอาจจะไปขอสนับสนุนหญ้าแฝกจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ แนะนำให้สมาคมผู้ใช้น้ำได้พัฒนาตนเองเป็นสหกรณ์ในอนาคต การติดตั้งโซลาเซลล์เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการสูบน้ำ โดยเบื้องต้นหน่วยงานรัฐจะเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่าย และในอนาคตผู้ใช้น้ำจะต้องเข้ามารับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาด้วย

<span;>จากนั้นองคมนตรีและคณะ เดินทางไปยังวัดจันทาราม ตำบลชัยบาดาลอำเภอชัยบาดาลจังหวัดลพบุรี เยี่ยมชมบ่อน้ำที่สูบน้ำมาจากโครงการ สถานีสูบน้ำไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบ้านชัยบาดาลยุคใหม่เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ และส่งให้ ราษฎรได้ใช้อุปโภคบริโภค

<span;>สำหรับโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบ้านชัยบาดาลยุคใหม่ มีพื้นที่โครงการอยู่ในบริเวณขอบคันและบริเวณที่ราบน้ำท่วมถึงของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์และห่างจากร่องแม่น้ำป่าสัก (เดิม) ซึ่งไหลผ่านบริเวณโครงการประมาณ 700 เมตร มีความลาดชันน้อย​ ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่รับน้ำเก็บกักของเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์จากแม่น้ำป่าสักในช่วงฤดูน้ำหลาก เป็นแหล่งเก็บกักน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร และการอุปโภคบริโภคแต่เนื่องจากพื้นที่การเกษตรของราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์อยู่บนที่ราบเนิน หรือที่ราบสูง ไม่สามารถนำน้ำไปใช้ในการเกษตรและอุปโภคบริโภคได้ จำเป็นต้องอาศัยการสูบน้ำขึ้นไปใช้ จึงได้ดำเนินการก่อสร้างแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำ ประเภทสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า เพื่อเป็นน้ำเสริมช่วยเหลือการเพาะปลูกในฤดูฝน การเพาะปลูกพืชผักสวนครัวในฤดูแล้ง และการเลี้ยงสัตว์ ตลอดจนการอุปโภคบริโภคของราษฎรประมาณ 600 ครัวเรือน ประชากร 1,800 คน มีน้ำใช้อย่างเพียงพอตลอดทั้งปี

<span;>ต่อมา เดินทางไปยังบ้านเกษตรกร นายอมร ศรีเมฆ หมู่ที่ 5 ตำบลชัยบาดาล อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ราษฎรผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการต่อยอดบริเวณพื้นที่โครงการพัฒนาลุ่มน้ำป่าสักอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ซึ่งได้รับการส่งเสริมอาชีพการทำเกษตรผสมผสาน และการเลี้ยงปลากินพืชในบ่อดิน การนี้ องคมนตรี รับฟังบรรยายสรุปการดำเนินงานโครงการต่อยอดบริเวณพื้นที่โครงการพัฒนาลุ่มน้ำป่าสักอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (โครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการทำเกษตรผสมผสาน) และประโยชน์ที่ได้รับจากโครงการฯ

โอกาสนี้ องคมนตรีให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะแนวทางการดำเนินโครงการฯ พร้อมกับมอบเมล็ดพันธุ์พืชผักให้แก่เกษตรกร

เยี่ยมชมผลการดำเนินงานของหน่วยงานและเกษตรกรที่ร่วมดำเนินกิจกรรมโครงการต่อยอดฯ จากนั้น เยี่ยมชมพื้นที่การทำเกษตรผสมผสาน การเลี้ยงปลานิลและปลาตะเพียนในบ่อดิน และพบปะราษฎรในพื้นที่ผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการฯ

<span;> ช่วงบ่าย เดินทางไปยังพื้นที่ก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำวังตะโกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลโคกแสมสาร อำเภอโคกเจริญ จังหวัดลพบุรี รับฟังบรรยายความก้าวหน้าโครงการฯ โอกาสนี้ องคมนตรี ได้กล่าวกับราษฎรว่าการก่อสร้างโครงการนี้ยังรักษาผืนป่าไว้ได้มาก และขอให้หน่วยงานท้องถิ่นช่วยกันดูแลรักษาแหล่งน้ำแห่งนี้ให้ใช้ประโยชน์ได้ยาวนานที่สุด จากนั้น
<span;>องคมนตรีได้เยี่ยมชมสภาพพื้นที่โดยรอบโครงการฯ และนายสุพจน์ แก้วพิลา ในฐานะประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำบ้่นวังตะโกได้กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

<span;>โครงการอ่างเก็บน้ำวังตะโกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำวังตะโกไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2563 ตามที่ราษฎรหมู่ที่ 6 บ้านใหม่ศรีอุบล ตำบลโคกแสมสาร อำเภอโคกเจริญ จังหวัดลพบุรี ถวายฎีกาขอความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและการเกษตร โดยขณะนี้ดำเนินการก่อสร้างไปแล้ว 70%  ซึ่งเมื่อดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จจะสามารถใช้เป็นแหล่งน้ำต้นทุนให้แก่ฝายบ้านใหม่ศรีอุบลและน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคของราษฎรในพื้นที่ชุมชนหมู่ที่ 6 และพื้นที่ใกล้เคียง จำนวน 300 ครัวเรือน 1,200 คน เป็นแหล่งเก็บกักน้ำสำหรับช่วยเสริมน้ำฝนเพื่อการปลูกพืชไร่ในฤดูฝน 900 ไร่ และช่วงฤดูแล้ง 300 ไร่ และช่วยบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ชุมชน นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืด แหล่งท่องเที่ยว ช่วยยกระดับฐานะความเป็นอยู่ของเกษตรให้ดีขึ้น และลดความเสี่ยงในการประกอบอาชีพทางด้านเกษตรกร

<span;>ขอบคุณกองประชาสัมพันธ์
<span;>สำนักงาน กปร.