Central Regionnewsroyal project

สุขจากการพัฒนา ตอน อภิชิตสร้างสุขจากพืชผักอินทรีย์

พริก ต้นหอม มะเขือม่วง ฟัก พืชผักเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของผักอินทรีย์ ที่นายอภิชิต บุญอากาศ ศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ ด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ จ.ฉะเชิงเทรา นำผลผลิตของตนเองและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเขาหินซ้อนเกษตรอินทรีย์ มาจำหน่ายในโอกาสเข้ารับมอบโล่พร้อมเกียรติบัตร ศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ 2567 จากนางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือ สำนักงาน กปร.

          นายอภิชิต เดิมเป็นคนจังหวัดจันทบุรี เมื่อปี 2547 ได้แต่งงานกับภรรยาซึ่งเป็นคนพนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา และปักหลักสร้างครอบครัวอยู่ที่นี่ โดยทำธุรกิจโรงงานอิฐบล็อคประสานกับน้องชายของภรรยา ระหว่างนี้อภิชิตได้พาครอบครัวมาท่องเที่ยวที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริเป็นประจำ ได้ความรู้เรื่องดิน การปรับปรุงบำรุงดิน ได้รับการสนับสนุนพันธุ์พืชและสัตว์ ปัจจัยการผลิตต่างๆ และเริ่มเข้าอบรมรับความรู้เรื่องการทำนา การเพาะเห็ด การเลี้ยงกบ เมื่อศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯมีโครงการปรับปรุงพื้นที่ขุดสระ อภิชิตจึงนำที่ดินของภรรยาเข้าร่วมโครงการ ถมที่ดินสร้างบ้าน หันมาทำการเกษตรอย่างเต็มตัว โดยซื้อที่นาข้างบ้านไว้ทำนาและปลูกพืชฤดูแล้ง 4 ไร่ 2 งาน รวมกันที่ดินของภรรยา 8 ไร่ ทำให้มีที่ดินทำการเกษตร 12 ไร่ 2 งาน

        ช่วงแรกนั้น พื้นที่นี้จะมีน้ำทำการเกษตรเฉพาะในฤดูฝน เมื่อถึงฤดูแล้งไม่สามารถปลูกพืชได้ เกษตรกรในพื้นที่จึงมักปลูกมันสำปะหลัง ซึ่งอภิชิตก็เช่นเดียวกัน แต่รายได้จากผลผลิตหมดไปกับค่าต้นพันธุ์และค่าจ้างแรงงาน จึงหันมาปรับสภาพพื้นที่ให้เหมาะกับการปลูกพืชผักและเลี้ยงสัตว์ พร้อมทั้งลงทุนขุดสระเพิ่ม มีการจัดสรรพื้นที่ทำเกษตรทฤษฎีใหม่ แบ่งสัดส่วนเป็น 30:30:30:10

หลังจากเดินหน้าทำเกษตรอินทรีย์แล้ว เพื่อความเข้มแข็งทางการตลาด อภิชิตได้รวมตัวกับเพื่อนเกษตรกรในละแวกใกล้เคียงเป็นกลุ่ม และจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนเขาหินซ้อนเกษตรอินทรีย์ มีสมาชิกเกือบ 20 ราย ได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯให้การรับรองผลผลิตเป็นเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมGPSแปดริ้ว โดยกลุ่มได้วางแผนการผลิตร่วมกัน แล้วนำผลผลิตส่งจำหน่ายที่โรงพยาบาลพนมสารคาม วันจันทร์และศุกร์ เวลา 7-12น.

ผักอินทรีย์ที่อภิชิตและกลุ่มปลูกนั้นเน้นตามความต้องการของตลาด แบ่งเป็น 3 จำพวกคือ ผักที่ให้ผล เช่น แตงกวา มะเขือยาว มะระ ถั่วพู ผักกินใบมีผักพื้นบ้าน เช่น ผักบุ้ง คะน้า กวางตุ้ง ส่วนผักเทศจะเป็นผักสลัดต่างๆ สร้างรายได้ให้ปีละ 76,700 บาท

อภิชิต มองว่า  การทำเกษตรอินทรีย์นั้นจำเป็นต้องสร้างเครือข่ายให้กว้างขวางขึ้น ต้องมีเกษตรกรคนรุ่นใหม่มาร่วมกันคิดร่วมกันปลูก เพื่อบุกตลาดร่วมกัน ดังนั้นการที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯเปิดอบรมการทำเกษตรอินทรีย์ทุกปีและสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นจึงเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากปัจจุบันนั้นมีตลาดพร้อมรองรับ เช่น ตลาดในตัวเมืองฉะเชิงเทรา ปั๊มน้ำมันรุ่งพิทักษ์ ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา จึงขอให้เกษตรกรที่สนใจมาร่วมมือกันเพื่อวางเป้าหมายตลาดให้ชัดเจน

ปัจจุบันอภิชิตได้รับการยอมรับจาก ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯจัดตั้งพื้นที่เกษตรกรรมของอภิชิต ให้เป็นศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ ด้านเกษตรทฤษฎีใหม่ จังหวัดฉะเชิงเทรา

ความตั้งใจในการผลักดันเดินหน้าทำเกษตรทฤษฎีใหม่ของอภิชิต บุญอากาศ เป็นการขยายผลหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อความมั่นคงในชีวิต ซึ่งไม่เพียงแต่ตนเองยังขยายผลความมั่นคงให้กับเกษตรกรรุ่นใหม่ด้วย

พระมหากรุณาธิคุณที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ แก้ไขปัญหาให้กับพสกนิกรแบบ One stop service เป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติให้ผู้ที่สนใจเข้าเรียนรู้อย่างสัมผัสได้จริง ได้ขยายผลองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริออกไปยังหมู่บ้านรอบศูนย์ฯ และขยายตัวออกไปเพื่อความมั่นคงและยั่งยืนในอาชีพ สร้างสุขให้กับพสกนิกรชาวไทยอย่างแท้จริง.

บทความโดย สุวินา เอี่ยมสุทธา

ขอบคุณภาพจาก ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ