องคมนตรีติดตามการขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริจังหวัดพะเยาเป็นวันที่สอง
เวลาประมาณ 11.30 นาฬิกา ของวันที่ 29 ตุลาคม 2569 นายพลากร สุวรรณรัฐ ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคเหนือ หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล องคมนตรี รองประธานกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และคณะ ได้เดินทางไปยังโครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง บ้านสันติสุข-ขุนกำลัง ตำบลขุนควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา
โอกาสนี้องคมนตรีและคณะได้มอบเสื้อกันหนาวให้กับเด็กในพื้นที่โครงการ 250 ตัว จากนั้นได้มอบถุงพระราชทานแก่ราษฎรและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่โครงการจำนวน 145 ถุง
จากนั้นองคมนตรีได้รับฟังบรรยายสรุปผลการดำเนินงานโครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงฯบ้านสันติสุข-บ้านขุนกำลัง พบว่า ป่ามีความสมบูรณ์ขึ้น จากการปลูกฟื้นฟูสภาพป่าตั้งแต่เริ่มโครงการจำนวน 11,961 ไร่คิดเป็นร้อยละ 16.27 ของพื้นที่ทั้งหมด มีการตั้งฝายต้นน้ำลำธารเพื่อชะลอการไหลของน้ำ ลดการพังทลายของดิน กักเก็บตะกอน กักเก็บน้ำ เพิ่มความชุ่มชื้น ส่งผลให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพของระบบนิเวศป่าต้นน้ำ
ทางด้านการส่งเสริมให้ราษฎรมีอาชีพมั่นคง มีการทำนาโดยไม่ต้องอาศัยน้ำฝนในฤดูแล้ง สามารถปลูกพืชหลังการเก็บเกี่ยวได้ เช่น กะหล่ำปลี ผักกาดขาว ทั้งนี้ราษฎรยังมีทักษะ ในการปลูกพืชและไม้ผลที่มีราคาแพงโดยใช้พื้นที่ไม่มาก สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นเช่น กาแฟพันธุ์อารามิก้าและโรบัสต้า อะโวคาโดทุเรียน นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมการปลูกต้นต๋าวขึ้นเสริมพื้นที่ป่าให้มีความอุดมสมบูรณ์ และนำผลผลิตมาแปรรูปขายสร้างรายได้ได้เป็นอย่างดี
ปัจจุบันบ้านสันติสุขมีพื้นที่ทำนาดำเพิ่มขึ้น 850 ไร่ และบ้านขุนกำลังมีพื้นที่ทำนาดำ 380.70 ไร่ และยังมีธนาคารข้าวประจำหมู่บ้าน 2 แห่ง มีการทำศิลปหัตถกรรมของชนเผ่ารูปแบบต่างๆ เช่น การทำผ้าชนเผ่าม้ง ทำให้ปัจจุบันราษฎรมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย คนละ 53,500 บาทต่อปี และราษฎรยังมีวุฒิการศึกษาและมีทักษะในการประกอบอาชีพ สามารถทำงานในเมืองและทำงานต่างประเทศได้
โอกาสนี้ที่ปรึกษาได้รายงานว่า ได้แนะนำให้ราษฎรปลูกต้นต๋าว ที่ในอดีตชาวบ้านเชื่อว่าไม่สามารถเพาะปลูกเองได้ ซึ่งปัจจุบันสามารถเพาะต้นต๋าวแล้วปลูกเพื่อเก็บผลผลิตได้แล้ว ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการเก็บข้อมูลการปลูกพร้อมไปกับการส่งเสริม อย่างไรก็ตามการเพาะปลูกของราษฎรยังปลูกอย่างไม่มีระเบียบ ทำให้ไม่สามารถเก็บผลผลิตหมุนเวียนได้ตลอดปี ดังนั้นต้องแก้ปัญหาการบริหารจัดการต่อไป
ทั้งนี้ หม่อมหลวงปนัดดา ได้กล่าวกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าปัจจุบันโครงการอันเนื่องพระราชดำริในพื้นที่ยังดำเนินการอยู่ได้ด้วยตนเอง เป็นเพราะพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงพระราชทานพระราชดำริในการช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่จนปัจจุบันราษฎรมีชีวิตที่ดีขึ้น จึงขอให้หน่วยงานต่างๆดำเนินการสนองพระราชดำริอย่างเข้มแข็งต่อไป
จากนี้องคมนตรีได้เยี่ยมชมผลผลิตและผลิตภัณฑ์ของราษฎรในพื้นที่
เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2548 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระราชดำริให้ตั้งสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ บ้านสันติสุข-บ้านขุนกำลัง ตำบลขุนควรอำเภอปง จังหวัดพะเยา ให้ฟื้นฟูระบบนิเวศต้นน้ำให้สมบูรณ์ และตั้งธนาคารข้าวให้เหมือนธนาคารการเงิน มีเป้าหมายให้เป็นสถานที่เรียนรู้และรับจ้างเป็นแรงงานของชุมชน ฝึกการเกษตรแผนใหม่ควบคู่กับการอนุรักษ์ดินและน้ำ ส่งเสริมให้ราษฎรมีความเข้าใจว่าป่ามีความสำคัญกับน้ำอย่างมาก ถ้าถางป่าหมดก็จะเกิดความแห้งแล้ง
ขอบคุณกองประชาสัมพันธ์
สำนักงาน กปร.

