องคมนตรีติดตามการต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเพชรบูรณ์
วันพุธที่ 21 ตุลาคม 2569 เวลา 10.30 น. นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคเหนือ หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล องคมนตรี รองประธานกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมด้วยนางสุพร ตรีนรินทร์ รองประธานอนุกรรมการฯ และคณะอนุกรรมการฯ เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคเหนือ ณ ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์

โดยที่ประชุมร่วมรับฟังสรุปภารกิจของคณะอนุกรรมการฯ ประจำปีงบประมาณ 2569 ซึ่งลงพื้นที่ติดตามขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 6 ครั้ง 6 จังหวัด 19 โครงการ 7ฐานความมั่นคง โดยพบว่าโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมราชาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรจำนวนทั้งสิ้น 112 โครงการ อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ 53 โครงการ ได้สนับสนุนงบประมาณแล้ว 88 โครงการดำเนินการแล้วเสร็จ 33 โครงการอยู่ระหว่างดำเนินการ 6 โครงการ อีกทั้งเตรียมความพร้อมที่จะขับเคลื่อนได้อีก 14 โครงการ สำหรับโครงการอันเนื่องมาจากผู้ดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 198 โครงการนั้นอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ 66 โครงการได้รับการสนับสนุนงบประมาณแล้ว 160 โครงการดำเนินการแล้วเสร็จ 34 โครงการ อยู่ระหว่างดำเนินการ 4 โครงการ และอยู่ระหว่างขอรับการสนับสนุนงบประมาณ 28 โครงการ

นอกจากนี้ยังมีโครงการต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมทั้งสิ้น 46 โครงการ อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ 13 โครงการ
จากนั้นในช่วงบ่าย องคมนตรีและคณะได้เดินทางไปยัง โครงการอ่างเก็บน้ำคลองลำกง อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รายงานผลการดำเนินงาน อาทิ ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 10 ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 (พิษณุโลก)รายงานผลการอนุรักษ์ฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำของโครงการ ,เกษตรและสหกรณ์จังหวัดเพชรบูรณ์รายงานผลการส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่รับประโยชน์ และผู้แทนกลุ่มผู้ใช้น้ำบรรยายเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ
โอกาสนี้หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล องคมนตรีได้กล่าวกับประชาชนว่าพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระราชดำริในการพัฒนา คือ รู้รัก สามัคคี เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา แก่ปวงชนชาวไทย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ยังประโยชน์ให้ชาวไทยได้มีชีวิตที่ดีขึ้น และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระปฐมบรมราชโองการ ‘สืบสาน รักษา ต่อยอด’ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง

จากนั้น องคมนตรีและคณะ เดินทางไปเยี่ยมพื้นที่การเกษตรแปลงใหญ่ถั่วเขียว ตำบลท่าแดง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากโครงการฯ


พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการ การคัดแยกเมล็ดพันธุ์ ร่วมหว่านเมล็ดถั่วเขียวลงแปลงปลูก และให้กำลังใจแก่กลุ่มเกษตรกรในการพัฒนาผลผลิตทางการเกษตรอย่างยั่งยืน
สำหรับโครงการอ่างเก็บน้ำคลองลำกงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เกิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ได้พระราชทานพระราชดำริไว้ ให้พิจารณาเก็บกักน้ำตอนบนของลำน้ำสาขาแม่น้ำป่าสัก เพื่อใช้ด้านการเกษตรและป้องกันบรรเทาอุทกภัย ปัจจุบัน โครงการอ่างเก็บน้ำคลองลำกงฯ สามารถส่งน้ำช่วยเหลือพื้นที่เกษตรในหน้าฝนได้ถึง 50,000 ไร่ และในหน้าแล้ง 22,000 ไร่ พร้อมทั้งบรรเทาอุทกภัยตามแนวสองฝั่งลำน้ำกงและพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดให้ประชาชนในพื้นที่ได้บริโภคและเป็นรายได้เสริม
จากการสืบสาน รักษา และต่อยอด กรมชลประทานมีแผนที่จะดำเนินการก่อสร้างระบบส่งน้ำ และเพิ่มศักยภาพการเก็บกักน้ำเพิ่มขึ้น 6 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มพื้นที่รับประโยชน์อีก 6,000 ไร่ และรองรับความต้องการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการประปาในพื้นที่อำเภอหนองไผ่ได้อย่างครอบคลุม
ขอบคุณกองประชาสัมพันธ์
สำนักงาน กปร.

