สุขจากการพัฒนา ตอน ธนาคารเท้ายายม่อมในพื้นที่หย่อมป่า

แป้งเท้ายายม่อม เป็นแป้งที่อยู่ในส่วนผสมของขนมไทยโบราณ เพราะสร้างความนุ่มเหนียวละมุนลิ้น ที่ปัจจุบันหาแป้งเท้ายายม่อมที่มาจากต้นเท้ายายม่อมได้ยาก และของแท้จะมีราคาสูง
สริญญา คำพิลา วิสาหกิจชุมชนจัดการสมุนไพรวนเกษตรป่าตะวันออก จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ทำการศึกษาวิจัยต้นเท้ายายม่อม ตั้งแต่การเพาะปลูกจนถึงแปรรูป โดยอาศัยองค์ความรู้ที่ได้ทำงานร่วมกับนายวิบูลย์ เข็มเฉลิม ภายใต้โครงการศึกษาพรรณพฤกษชาติและการใช้ประโยชน์ทรัพยากรป่าไม้ในป่าตะวันออกอย่างยั่งยืน มาเป็นพื้นฐานในการศึกษา
“อยู่ที่เขาหินซ้อนนี่ค่ะ ในการศึกษาเรื่องความหลากหลาย ทางชีวภาพ และ ความรู้ภูมิปัญญาของคนรอบป่า ในการจัดการทรัพยากร แล้วเราก็ไปพบว่ามีพืชหลายตัวที่ชาวบ้านรู้จักรู้ใช้ แต่ว่ามีบางตัวที่ชาวบ้านไม่รู้จักเนื่องจากว่าคนส่วนใหญ่ที่ตอนนั้นอยู่รอบป่าตะวันออกนะคะ เป็นคนที่อาจจะมาจากที่อื่นนะคะ ก็ไปเจอตัวเท้ายายม่อมนี่ค่ะ ตอนที่เราออกจากที่ทำงานจะไปอยู่บ้านค่ะ เราก็คิดว่าควรมีพืชตัวหนึ่งที่เราจะพัฒนาต่อยอด จากทรัพยากรท้องถิ่นและองค์ความรู้ เราก็เลยจัดกิจกรรมในลักษณะที่จะทำยังไง ให้เรามีความรู้เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับท้าวยายม่อม ฟื้นฟูเท้ายายม่อมให้กลับมาในระบบวนเกษตร ระบบสวน ระบบป่าปลูกของพวกเรา”
สริญญา ได้ใช้พื้นที่เกษตรของตนเองเป็นศูนย์เรียนรู้วนเกษตรบ้านป่า ได้จัดทำโครงการขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยต้นเท้ายายม่อม ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรคู่ครัวไทย เป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นไว้ โดยร่วมมือกับ BEDO จัดตั้ง “ธนาคารเท้ายายม่อม” และทำงานร่วมกับอาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ ดำเนินงานศึกษาวิจัยอย่างเป็นระบบ
“จัดทำโครงการเรื่องตามรอยเท้ายาย ก็ไปตามหาเท้ายายม่อมที่อยู่ตามหย่อมป่าต่างๆ ที่อยู่นอกเขตอนุรักษ์ ว่ามีอยู่ในพื้นที่เรามากน้อยแค่ไหน แล้วเราก็เอา มาปลูกมาขยายพันธุ์ เรียนรู้ ที่จะแปรรูปก็ตามไปเรียนรู้ที่ชลบุรีเราก็ทำ ตอนนี้ก็เพิ่งทำมาได้ประมาณ 6-7ปีค่ะที่จะเรียนรู้ การทำเท้ายายม่อมค่ะ”

สริญญาได้ทำการสำรวจและรวบรวมสายพันธุ์ต้นเท้ายายม่อมท้องถิ่นไว้ถึง 5 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์พวง พันธุ์โทน พันธุ์ป่าหาด พันธุ์เต็งรังต้นสีเขียว และพันธุ์เต็งรังต้นสีดำ จากการขยายพันธุ์ในผืนป่าธรรมชาติและป่าครอบครัวเพิ่มจำนวนต้นเท้ายายม่อมได้มากกว่า 10,000 ต้น จากความมั่นคงของคลังวัตถุดิบ ชุมชนได้พัฒนานวัตกรรมสู่ผลิตภัณฑ์แป้งเท้ายายม่อมแท้ 100% ที่มีคุณภาพ ช่วยสร้างอาชีพและรายได้หมุนเวียน
“มองว่าโดยศักยภาพฐานของเรา พยายามทำให้นิ่งในเรื่องกระบวนการปลูก และความยั่งยืนในการ ที่จะ มีผลผลิตหมุนเวียนกลับมาเนื่องจากต้นเท้ายายม่อม เป็นพืชที่โตช้า ถ้าจากเมล็ดเราต้องใช้เวลา 3-4 ปี จึงจะได้หัวมาทำ ที่ผ่านมาจึงพยายามทำความรู้ให้แน่ใจ ว่าปลูกแบบนี้ถึงจะได้ผล ทำแป้งให้มีความชำนาญในแบบครัวเรือน เราคงไม่ได้เป็นสเกลใหญ่ แต่หลังจากนี้ เราจะพัฒนาต่อยอดในเรื่องของการแปรรูปให้มากขึ้น ทั้งเรื่องของอาหารหรือเครื่องสำอาง โดยส่วนของตัวเราจะเน้นทำแป้ง แล้วส่งต่อให้ร้านอาหารที่ต้องการของแท้ ซึ่งเขามีความชำนาญมากกว่าในเรื่องการสร้างมูลค่า เราก็จะวางจุดยืนของเราในเรื่องสร้างแป้งท้าวยายม่อมที่ออกมาจากระบบ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีผืนป่า”สริญญากล่าว

สำหรับเทคนิคการปลูกต้นเท้ายายม่อมนั้น จะต้องปลูกในพื้นที่ร่ม 50% ดินมีสภาพโปร่ง แม้เท้ายายม่อมจะเป็นพืชที่ทนแล้ง แต่จะต้องมีความชื้นจากใต้ดิน เพื่อให้หัวขยายได้ง่ายและมีขนาดใหญ่ ซึ่งพบว่าการปลูกต้นเท้ายายม่อมระหว่างแถวต้นยาง ทำให้ได้ผลผลิตดี
“ที่สำคัญ เป็นดินทราย หรือ เป็นดินร่วน ถ้าดินเป็นแบบนี้ก็จะช่วยให้หัวขยายดี ตรงไหนที่เราต้องการขุดหัวปีนี้ ให้เรา เด็ดดอกออก ตรงไหนที่เราจะเก็บเป็นแหล่งพันธุกรรม จะเก็บเมล็ด ให้เก็บ ดอกไว้ เพราะว่าถ้าเราปล่อยให้มีดอกแล้ว อาหารของท้าวยายม่อมจะมาเลี้ยงดอก”สริญญากล่าว

นอกจากนี้ สริญญายังแนะนำให้ใช้หัวในการปลูก เพราะเมล็ดของเท้ายายม่อมมีขนาดเล็กมาก ใช้เวลาในการเติบโตนานถึง 4ปีขึ้นไป ขณะที่หัวจะใช้เวลาเพียง 3 ปีขึ้นไป อีกทั้งการปลูกด้วยเมล็ดอาจจะถูกมดกิน ขณะที่หัวจะมีสารพิษป้องกันตัวเองจากแมลงต่างๆได้
ทั้งนี้ เท้ายายม่อม เป็นพืชที่มีทิศทางสดใส เนื่องจากเป็นวัตถุดิบที่สำคัญในการทำขนมไทย และปัจจุบันมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 500บาท
“เป็นของแท้หายากค่ะและราคาจะแพง เหตุผลที่ราคาแพง จะเรียกว่าราคาสูงไม่ใช่ราคาแพง ด้วยความที่ต้นทุนสูง เพราะอายุที่ต้องใช้เวลานาน กระบวนการผลิตที่ต้องใช้น้ำมาก และ และความใส่ใจในเรื่องความสะอาดไม่ให้มีการปนเปื้อนต่างๆ โดยราคาอยู่ที่กิโลละ 500 บาท”สริญญากล่าว
นอกจากนี้ สริญญายังยอมรับว่าศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นแหล่งสร้างแรงบันดาลใจในการทำอาชีพเกษตรกรรม และยังได้รับความรู้ในการวิเคราะห์ดินอย่างง่าย การทำปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยหมักโดยใช้ พ.ด. โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินตามรอยพ่อหลวง คือพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานพระราชดำริในการดำรงชีวิตตามหลักปรัขญาของเศรษฐกิจพอพียง การทำเกษตรผสมผสาน และอื่นๆอีกมาก
“ศูนย์เป็นพื้นที่ที่คนต้องการทำงานตามแรงบันดาลใจที่ในหลวงทรงมอบให้ ดังนั้นเราจะต้องดูแลพื้นที่ของเราให้ดี”.
บทความและภาพโดย สุวินา เอี่ยมสุทธา

