องคมนตรี ติดตามการต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เพชรบูรณ์ เน้นเพิ่มพื้นที่รับน้ำให้เพียงพอกับการทำเกษตรฤดูแล้ง
วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2569 เวลา 9.30 น. นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคเหนือ หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล องคมนตรี รองประธานกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมด้วยนางสุพร ตรีนรินทร์ รองประธานอนุกรรมการฯ และคณะอนุกรรมการฯ เดินทางไปยังโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์

หน่วยงานในพื้นที่ได้รายงานความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการ และแผนการต่อยอดโครงการ ทั้งการเพิ่มพื้นที่รับน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยใหญ่ฯ การฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำ เช่น สร้างแปลงป่าหวาย การสร้างพืชอาหาร
ด้านการส่งเสริมการเกษตรให้กับพื้นที่รับประโยชน์ของโครงการ เช่น ในฤดูแล้ง 6,845ไร่ สามารถปลูกพืชได้ เกษตรกรต้องการให้ช่วยเหลือเมล็ดพันธ์ุดี ส่งเสริมการใช้สารเคมีอย่างปลอดภัย ส่งเสริมเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน ส่งเสริมการทำเกษตรแปลงใหญ่

และส่งเสริมการทำงานของวิสาหกิจชุมชน เช่น แผนการตลาดจะเพิ่มเส้นทางขนส่งผลผลิตการเกษตร เพิ่มการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน
โดย ที่ปรึกษาได้ให้คำแนะนำว่าควรเพิ่มการสร้างคลองส่งน้ำเข้าแปลงเกษตรกร ควรจัดทำแผนการเพิ่มพื้นที่เก็บกักน้ำให้ชัดเจน ควรทำฝายชะลอน้ำในป่าเพื่อเก็บช่วยกักเก็บความชื้นเพิ่มพื้นที่ป่าและลดการไหลบ่าของตะกอนและน้ำในฤดูน้ำหลาก

ทั้งนี้หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล องคมนตรีได้กล่าวกับประชาชนว่าการดำเนินงานใดๆต้องมีแผน มีกรอบความคิด เพื่อดำเนินการให้บรรลุเป้าหมาย และต้องสมจริงตามที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานหลักเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นที่ยอมรับและเทอดทูนจากนานาประเทศ ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีปฐมบรมราชโองการ สืบสาน รักษา ต่อยอด โดยสืบสานสิ่งที่ดีงามได้สร้างชาติไทยให้คงอยู่มาจวบจนปัจจุบัน ซึ่งการรักษาความดีงามทั้งหลายให้ธำรงอยู่คู่ชาติ คนในชาติต้องรักกันภายใต้ร่มพระบารมี และสิ่งที่ต้องพัฒนาให้ดีขึ้นนั้นจะต้องวางแผนติดตามและมีเป้าหมาย รวมทั้งกำหนดบริบทแนวคิดให้อยู่ในครรลองครองธรรม เพื่อให้ประชาชนดำรงชีวิตอย่างมีความสุข


ในช่วงบ่ายองคมนตรีและคณะได้เดินทางไปยังโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำก้ออันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์

โดยผู้อำนวยการโครงการชลประทานเพชรบูรณ์รายงานผลความก้าวหน้าในการดำเนินงานโครงการและผู้แทนจังหวัดเพชรบูรณ์รายงานแผนการดำเนินโครงการ โดยเน้นการบูรณาการทำงานร่วมกันเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ดังเช่น การอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำ มีการเพิ่มพื้นที่ปลูกป่าต้นน้ำ ปลูกป่าหวายเพิ่มความหลากหลายของพันธุ์ไม้ การส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่รับประโยชน์ของโครงการ เช่น การขับเคลื่อนแนวทางพัฒนาผ่านyoung smart farmer การจัดทำเกษตรแปลงใหญ่ และผู้แทนกลุ่มผู้ใช้น้ำได้รายงานเกี่ยวกับวิธีบริหารจัดการน้ำของกลุ่ม คือมีการสำรวจความต้องการใช้น้ำแล้วนำข้อมูลไปหารือกับชลประทานในพื้นที่ เพื่อจัดสรรการใช้น้ำต่อไป
ทั้งนี้หม่อมหลวงปนัดดา องคมนตรีได้กล่าวกับประชาชนว่าปัจจุบันนวตกรรมใหม่ๆได้เกิดขึ้น แต่ก็เป็นดาบสองคมที่มีทั้งเกิดประโยชน์และเป็นโทษ ซึ่งการออกกฎหมายควบคุมและการดูแลบุตรหลานโดยพ่อแม่ผู้ปกครองในการใช้สังคมออนไลน์จึงเป็นเรื่องสำคัญ และขอให้ประชาชนรู้รักสามัคคี เพื่อสร้างพลังในการปกป้องประเทศ


จากนั้นองคมนตรีได้ตรวจเยี่ยมพื้นที่โครงการและเยี่ยมชมนิทรรศการ และปล่อยพันธุ์ปลาตะเพียนขาวและปลากระพงอย่างละ 1แสนตัว เพื่อเป็นแหล่งอาหารให้ชุมชน.
ขอบคุณกองประชาสัมพันธ์
สำนักงาน กปร.

