newsNorth regionroyal project

เกษตรกรรับมอบโล่ศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ 2567 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

เมื่อวันจันทร์ที่ 9 ธันวาคม 2567 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดําริ จังหวัดเชียงใหม่
นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ เป็นประธานในพิธีมอบโล่พร้อมเกียรติบัตร ศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดําริ ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดําริ ประจําปี 2567

โดยนายอัฏฐวิชย์ นาควัชระ ผู้อํานวยการสํานักงานชลประทานที่ 1 รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดําริ กล่าวต้อนรับ

และนายปริญญวัฒน์ วัชรอาภากรณ์ ผู้อํานวยการ กองแผนงานและยุทธศาสตร์ กล่าวความเป็นมาของ “โครงการขยายเสริมเพิ่มเครือข่ายศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดําริ”
ทั้งนี้เลขาธิการสำนักงาน กปร. ได้กล่าวขอบคุณภาคีเครือข่ายศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดําริ และมอบโล่เชิดชูเกียรติพร้อมใบประกาศนียบัตร ให้ศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดําริ ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ จํานวน 80 แห่ง แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ประกอบด้วย ประชาชนทั่วไปจํานวน 43 แห่ง สถานศึกษาจํานวน 27 แห่ง ชุมชนจํานวน 3 แห่ง และภาครัฐจํานวน 7 แห่ง
เช่น  เรือนจำชั่วคราวดอยฮาง จังหวัดเชียงราย มุ่งเน้นการให้ความรู้แก่ผู้ต้องขังชั้นดีที่ใกล้พ้นโทษได้มีความรู้ในการประกอบอาชีพต่อไป
จากนั้น คณะเยี่ยมชมนิทรรศการขยายผลสำเร็จของศูนย์ศึกษาฯ โดยมีตัวแทนศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ ที่ได้รับองค์ความรู้และการสนับสนุนปัจจัยการผลิตจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ บรรยายให้ข้อมูล จำนวน 2 แห่ง ดังนี้

1. ศูนย์เรียนรู้ นายสุริยะ วงศ์คำ มีความเชี่ยวชาญในการทำเกษตรผสมผสาน การเลี้ยงสัตว์น้ำ การปลูกไม้ผล การผลิตอาหารสัตว์เพื่อลดต้นทุน การผลิตปุ๋ยหมัก การเพาะเห็ด และการแปรรูปถั่วเหลือง
2. ศูนย์เรียนรู้ นายบุญฤทธิ์ ไชยยอง มีความเชี่ยวชาญด้านเกษตรผสมผสานและเกษตรทฤษฎีใหม่ มีผลผลิตที่โดดเด่น ได้แก่ ฝรั่ง ปลาน้ำจืด ไข่เป็ด ไข่เค็ม
ในช่วงบ่ายเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ และคณะ เยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดําริ ณ ศูนย์เรียนรู้นางศิรินันท์ โซเมอร์แดด ตำบลแมโป่ง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ มีความโดดเด่นเรื่องการผลิตปุ๋ยหมักจากใบไม้
โดยใช้วัสดุปรับปรุงดิน แก้ปัญหาการลดเชื้อเพลิงในป่า มีการชิงเก็บก่อนเผา ลดปัญหาหมอกควันและโลกร้อน ในช่วงแรกได้แจกจ่ายให้เพื่อนบ้าน ภายหลังจึงจำหน่าย
นอกจากนี้ยังนำใบไม้ในป่ามาทำปุ๋ยหมักและชวนเพื่อนบ้านในชุมชนบ้านห้วยอ่างมาร่วมผลิตปุ๋ยหมักด้วย เป็นกุศโลบายในการลดการเผาป่า จากนั้นนำผลจากการดูแลรักษาป่าไปขายเป็นคาร์บอนเครดิต ราคาไร่ละ 300 บาท ปี 2567 นี้ได้ผลผลิต1,380 ตัน ได้เงินคืนแก่ชุมชนกว่า 3 แสนบาท โดยกิจกรรมในการดูแลผืนป่าอื่นๆ ได้แก่ การปลูกไม้ 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง ปลูกไม้ผล เพาะเห็ดเศรษฐกิจ และเลี้ยงไก่ไข่ ทำให้มีรายได้ต่อเนื่องรายวัน รายเดือนและรายปี เป็นเงิน2-3แสนบาท
จากนั้นเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ และคณะ เยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดําริ ณ โรงเรียนแม่โป่งสามัคคี ตำบลแม่โป่ง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นหมู่บ้านรอบศูนย์ศึกษาฯ โดยโรงเรียนได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ และส่งเสริมแนวทางในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
คือการนำใบไม้ที่ร่วงหล่นในโรงเรียนเป็นปริมาณมากมาทำปุ๋ยหมักในเสวียน โดยได้รับความรู้จากปราชญ์ชาวบ้านในพื้นที่ และศูนย์ศึกษาฯ สนับสนุนถุงบรรจุปุ๋ย ทั้งนี้โรงเรียนกำหนดให้เด็กเล็กทำหน้าที่เก็บกวาดใบไม้ และเด็กโตทำหน้าที่ทำปุ๋ยหมัก เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกเรื่องการอนุรักษ์ ขยายผลไปสู่ครอบครัวและชุมชนนอกจากนี้ยังปลูกพืชผัก และเลี้ยงปลาในบ่อดิน

ขอบคุณข้อมูล และภาพบางส่วนจากกองประชาสัมพันธ์ สำนักงาน กปร.