บทความประชาสัมพันธ์ เรื่อง เปิดการแสดงโขน ปี 2566 ตอน“กุมภกรรณทดน้ำ”
ฉากการต่อสู้ระหว่าง กุมภกรรณ กับกองทัพของพระราม พระลักษมณ์และหนุมาน ส่วนหนึ่งของการแสดงโขน ตอน กุมภกรรณทดน้ำ ได้ถูกนำมาจัดแสดงเป็นตัวอย่างปิดท้ายการแถลงข่าว เปิดการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ตอน “กุมภกรรณทดน้ำ” ขึ้น ในระหว่างวันที่ 5 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2566 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

การแถลงข่าวดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 6กันยายน2566 ที่ผ่านมา โดยมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีความประสงค์ที่จะร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสมหามงคล ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา 71 พรรษา เมื่อวันที่ 28กรกฎาคม 2566 และสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเจริญพระชนมพรรษา 91 พรรษา เมื่อวันที่ 12สิงหาคม2566
การแสดงโขนตอน “กุมภกรรณทดน้ำ”ได้ยึดแนวบทละครเรื่อง รามเกียรติ์ ซึ่งเป็นบทพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช จับตอนตั้งแต่ หลังจากที่กุมภกรรณทำศึกโมกขศักดิ์ กับพระลักษมณ์แต่ไม่สำเร็จ ยังไม่สามารถสังหารพระลักษมณ์ได้ จึงคิดหาวิธีทำกลศึก นิมิตกายลงไปใต้น้ำทำพิธีทดน้ำ นอนขวางแม่น้ำไว้ เพื่อขัดขวางกองทัพพระราม

นายประเมษฐ์ บุณยะชัย (ศิลปินแห่งชาติ) ผู้ประพันธ์บท กล่าวว่าการคัดเลือกบทประพันธ์มานำเสนอ หลักคิดคือต้องนำเสนอเรื่องราวของคุณธรรม ซึ่งตอนกุมภกรรณทดน้ำนี้ ได้นำเสนอเรื่องที่กุมภกรรณ มีความรักในหมู่ญาติถึงแม้จะทราบว่าทศกัณฐ์ทำผิดที่ไปรบกับผู้อื่นแต่ก็ต้องจำใจช่วยรบ คุณธรรมที่สองคือการให้อภัย โดยพระรามให้อภัยกุมภกรรณที่ถึงแม้จะเป็นศัตรูแต่ก็มีสำนึกผิดในตอนท้าย และคุณธรรมเรื่องความสามัคคีจงรักภักดีของกองทัพพระราม
สำหรับการแสดงครั้งนี้ ได้มีการจัดฉากการแสดงอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อความสมจริง โดยใช้เทคนิคการลอยตัว การสร้างฉากกุมภกรรณนอนขวางลำน้ำอย่างยิ่งใหญ่อลังการ ฉากหนุมานแปลงกายเป็นเหยี่ยวใหญ่ ฉากหนุมานดำลงสู่ใต้น้ำและอีกมากมาย
จากพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เกี่ยวกับการอนุรักษ์ศิลปะแขนงนี้ว่า “ขาดทุนของฉันคือกำไรของแผ่นดิน”นับเป็นขวัญกำลังใจให้มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดการแสดงโขนขึ้นอย่างสืบเนื่องมายาวนานเกือบ 2ทศวรรษ ไม่เพียงเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมเท่านั้น ยังมุ่งหวังให้ชาวไทยชื่นชมความงดงามของศิลปะดั้งเดิมของไทยหลากหลายแขนงในการแสดงโขน และการที่เยาวชนคนรุ่นใหม่จำนวนมากเข้าร่วมคัดตัวเพื่อเข้าร่วมการแสดงในแต่ละครั้ง จึงเป็นสิ่งบ่งชี้ถึงผลสำเร็จในการสืบสานวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่


นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงส่งเสริมและสนับสนุนการแสดงโขนอย่างเอาพระทัยใส่ทุกมิติ เป็นการสืบสานนาฏศิลป์อันทรงคุณค่าของชาติให้คงอยู่ อีกนานเท่านาน

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถจองบัตรได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา โทร. 0-2262-3456 โดยบัตรมีราคา 2,000 บาท, 1,800 บาท, 1,000 บาท, 800 บาทและ 600 บาท (รอบนักเรียน ราคา 180 บาท) จัดแสดงระหว่างวันที่ 5 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2566 ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย.
บทความและภาพวิดีโอโดย : สุวินา เอี่ยมสุทธา
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

