นายกรัฐมนตรี ตรวจติดตามการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา เครือเจริญโภคภัณฑ์ – มูลนิธิซีพี ชู 3 แผน ร่วมฟื้นฟูระบบนิเวศ
เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะลงพื้นที่ จ.พัทลุง ติดตามการบริหารจัดการน้ำพื้นที่ ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ณ จุดชมวิวทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง พร้อมด้วย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ าการกระทรวงพลังงาน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิ จและสังคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดยมี นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง และนายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครั ฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมให้การต้อนรับ

โดย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ติดตามการบริหารจัดการน้ำลุ่ มน้ำทะเลสาบสงขลาตอนบน ณ บริเวณจุดชมวิวทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ได้ขอบคุณและให้กำลั งใจประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิ บัติงาน รับฟังการบริหารจัดการน้ำ ปัญหาทะเลตื้นเขิน-กำจัดวัชพืช ปัญหาผู้เลี้ยงควายน้ำ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา แก้ไขปัญหาให้ยั่งยืนนอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้มอบหมายให้รั ฐมนตรีทุกกระทรวงลงพื้นที่ ตรวจราชการและรับฟังปั ญหาของประชาชน เพื่อผลักดันการดำเนินนโยบายต่ างๆ ของรัฐบาล ที่ครอบคลุมทุกด้านรวมถึงติ ดตามการฟื้นฟูอุทกภัยในพื้นที่ ภาคใต้ด้วย ขณะที่ทั้ง 5 จังหวัดกลุ่มภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ได้ร่วมกันกำหนดเป้าหมายการพั ฒนาในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 – 2570) คือ “พัฒนาการท่องเที่ยว การเกษตร อุตสาหกรรมชีวภาพ สู่ผลิตภัณฑ์ และบริการมูลค่าสูงอย่างยั่งยืน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และนำไปสู่สังคมเป็นสุข” เตรียมนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรั ฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งแรกของปี 2568 ในวันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ด้วย

ด้าน นายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครั ฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ – มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิ ตชนบท (ซีพี) ได้ให้ความสำคัญในเรื่ องนโยบายการพัฒนาทะเลสาบสงขลายั่ งยืน CP Green Lagoon เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปั ญหาและฟื้นฟูระบบนิ เวศของทะเลสาบสงขลา โดยมีเป้าหมายหลักคือการสร้ างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรั พยากรธรรมชาติ และการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชน มีแผนการพัฒนา 3 แผนงานหลัก แผนที่ 1 การอนุรักษ์ ปกป้อง และฟื้นฟูระบบนิเวศทะเลสาบสงขลา โดยมุ่งเน้นปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ และสร้างบ้านปลาเพื่อฟื้นฟู ความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิ เวศของทะเลสาบ แผนที่ 2 คน ต้นแบบ สร้างอาชีพ ส่งเสริมการทำประมงพื้นบ้ านและชุมชนอย่างยั่งยืน มีการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะให้ ชาวประมง เพื่อเพิ่มรายได้และยกระดับคุ ณภาพชีวิต และ แผนที่ 3 การผนึกกำลังทุกภาคส่วน สร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพและยั่งยืน ทั้งนี้เครือซีพียังได้สนับสนุ นนวัตกรรม “ธนาคารสัตว์น้ำระบบอัตโนมัติ” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่ มอัตราการรอดของพันธุ์สัตว์น้ำ เศรษฐกิจ โดยจะช่วยฟื้นฟูประชากรสัตว์น้ำ ในทะเลสาบสงขลาให้กลับมาอุ ดมสมบูรณ์ มีพื้นที่ปฏิบัติการครอบคลุมทั้ ง 8 แห่ง 3 จังหวัด 15 อำเภอ ได้แก่ จังหวัดสงขลา 8 อำเภอ (ระโนด, กระแสสินธุ์, สทิงพระ, สิงหนคร, เมืองสงขลา, ควนเนียง, บางกล่ำ และ หาดใหญ่) จังหวัดพัทลุง 5 อำเภอ (ควนขนุน, เมืองพัทลุง, เขาชัยสน, บางแก้ว และ ปากพะยูน) จังหวัดนครศรีธรรมราช 2 อำเภอ (ชะอวด และ หัวไทร) รอบพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา

ทั้งนี้ผลการดำเนินงานภาพรวมที่ ผ่านมาได้สร้างบ้านปลา (ซั้ง) จำนวน 500 หลัง ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำสะสม 126,935,000 ตัว นอกจากนั้นยังดำเนินการสนับสนุ นผลิตภัณฑ์ชุมชน สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร พร้อมสร้างหลักสูตรไทยลากูน (Thai Lagoon) เพื่อปลุกจิตสำนึกเด็ กและเยาวชนในชุมชนรอบลุ่มน้ำ ทะเลสาบให้อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยผนึกกำลังร่วมกับเขตพื้นที่ อนุรักษ์ ทะเลสาบสงขลา 20 เขตอนุรักษ์
เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชี วิตชนบท (ซีพี) ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้ านความยั่งยืนของลุ่มน้ำ ทะเลสาบสงขลาอย่างต่อเนื่อง เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรั พยากรทางทะเลในระดับประเทศ โดยยึดหลักการบูรณาการทุกภาคส่ วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชนท้องถิ่น เพื่อสร้างผลกระทบเชิ งบวกในระยะยาว โครงการฯ เหล่านี้ไม่เพียงช่วยรั กษาความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ แต่ยังส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก สร้างอาชีพที่มั่นคง และยกระดับคุณภาพชีวิ ตของประชาชนโดยรอบพื้นที่ลุ่มน้ำ ทะเลสาบสงขลาอย่างยั่งยืน
ขอบคุณสำนักยุทธศาสตร์ข้อมูลและการสื่ อสาร เครือเจริญโภคภัณฑ์

