newsroyal projectSouth region

องคมนตรี ลงพื้นที่ติดตามโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในเขตพื้นที่จังหวัดตรัง

วันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม 2568 เวลา 10.15 น. พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคใต้ พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี รองประธานอนุกรรมการฯ พร้อมด้วยนางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการ กปร. และคณะอนุกรรมการฯ เดินทางไปยังโครงการฝายคลองใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลโพรงจระเข้ อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง โดยรับฟังสรุปผลการดำเนินงานโครงการฯ

โอกาสนี้องคมนตรีได้ให้ข้อเสนอแนะในการสืบสาน รักษา ต่อยอด ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้โครงการเกิดประโยชน์อย่างยั่งยืน พร้อมขอให้กลุ่มผู้ใช้น้ำมีความเข้มแข็ง  ซึ่งในอนาคตจะมีการลงพื้นที่ติดตามหาแนวทางให้ใช้ประโยชน์จากน้ำได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งขอให้ร่วมกันรักษาป่าไม้ซึ่งเป็นแหล่งน้ำต้นทุนให้มีอย่างต่อเนื่องต่อไป

จากนั้นองคมนตรีได้พบปะเยี่ยมเยียนราษฎรและกลุ่มบริหารการจัดการน้ำ พร้อมทั้งปล่อยพันธุ์ปลาตะเพียนขาวและปลากระแห จำนวน 100,000 ตัว เพื่อเป็นแหล่งโปรตีนสูงแก่ราษฎรในพื้นที่ และร่วมปลูกต้นไม้เพื่อให้ร่มเงาแก่พื้นที่โครงการต่อไป

โครงการฝายคลองใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เกิดขึ้นจากพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโครงการฝายคลองใหญ่ ไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริตามที่ราษฎรอำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ได้ทำหนังสือทูลเกล้าฯ ขอพระราชทาน เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2537 โดยราษฎรในเขตหมู่ที่ 1 บ้านยูงงาม และหมู่ที่ 7 บ้านโหล๊ะคล้า ตำบลโพรงจระเข้ อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง จำนวน 500 ครัวเรือน ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำในเพาะปลูก ประมาณ 2,200 ไร่ โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้ง ต่อมาในปี 2539 สำนักงาน กปร. ได้สนับสนุนงบประมาณให้กรมชลประทานดำเนินการก่อสร้างฝายคลองใหญ่ฯ ในรูปแบบฝายคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดสันฝาย ยาว 20 เมตร สูง 2 เมตร ปัจจุบันสามารถช่วยเหลือราษฎร หมู่ที่ 1 บ้านยูงงาม และหมู่ที่ 7 บ้านโหล๊ะคล้า ตำบลโพรงจระเข้ อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง จำนวน 500 ครัวเรือน แต่เนื่องจากฝายดังกล่าวใช้งานมานานทำให้เกิดการชำรุดเสียหาย ซึ่งกรมชลประทานได้มีการปรับปรุง ซ่อมแซม โดยกำหนดแผนงานตั้งแต่ปี 2567-2570 เพื่อให้การส่งน้ำเป็นไปอย่างมี

ทั้งนี้เกษตรกรในพื้นที่ได้ใช้น้ำในการทำเกษตรกรรมและยังต่อยอดการใช้น้ำด้วยการพัฒนาฝายแห่งนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยววังหินลาด และนำผลผลิตทางการเกษตรมาจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวทั้งพืชผักและผลไม้สร้างรายได้ให้กับราษฎรได้เป็นอย่างดี

จากนั้นองคมนตรีและคณะฯ เดินทางไปยังโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านห้วยต่อน้อยพร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณ บ้านห้วยต่อน้อย หมู่ที่ 2 ตำบลไม้ฝาด อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง โดยรับฟังบรรยายสรุปภาพรวมและติดตามผลการดำเนินงานโครงการฯ เยี่ยมชมโครงการ พบปะราษฎรและกลุ่มบริหารจัดการน้ำ และร่วมปลูกต้นไม้เพื่อเป็นร่มเงาแก่พื้นที่โครงการฯ

โอกาสนี้พลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรีได้ฝากให้ราษฎรรักษาผืนป่าเพื่อรักษาน้ำต้นทุนไม่ให้เหือดแห้งไป และขอให้ทุกคนกระทำแต่ความดี รู้รักษ์สามัคคี เพื่อความสงบร่มเย็นในประเทศไทย

ขณะที่ราษฎรต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ ส่งผลให้สามารถปลูกพืชผัก ผลไม้ไว้บริโภคและสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้นนอกเหนือไปจากการปลูกยางพารา

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านห้วยต่อน้อยพร้อมระบบส่งน้ำไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2553 ตามที่ราษฎรตำบลไม้ฝาด อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ขอพระราชทานโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยต่อน้อย หมู่ที่ 2 ตำบลไม้ฝาด เพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ตำบลบ่อหิน ตำบลนาเมืองเพชร และตำบลไม้ฝาด ซึ่งประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภค บริโภคในหน้าแล้ง ต่อมาคณะอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนฯ ได้มีการติดตาม เร่งรัดในการดำเนินโครงการโดยในปี 2561 สำนักงาน กปร. ได้สนับสนุนงบประมาณให้กรมชลประทาน ดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำบ้านห้วยต่อน้อยพร้อมระบบส่งน้ำแล้วเสร็จในปี 2562 ปัจจุบันโครงการสามารถส่งน้ำสนับสนุนกิจกรรมการอุปโภคบริโภคของ หมู่ที่ 1 บ้านห้วยต่อ, หมู่ที่ 2 บ้านห้วยต่อน้อย, และหมู่ที่ 3 บ้านไม้ฝาด อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ราษฎรประมาณ 1,920 ครัวเรือน ประชากรจำนวน 3,810 คน มีน้ำใช้อย่างเพียงพอ  นอกจากนี้ในปี 2568 – 2572 โครงการชลประทานตรัง ได้กำหนดแผนในการปรับปรุงระบบส่งน้ำเพื่อให้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จังหวัดตรัง มีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริรวมทั้งสิ้น 28 โครงการ แบ่งเป็นด้านแหล่งน้ำ 24 โครงการ  คมนาคม/สื่อสาร 1 โครงการ และสวัสดิการสังคม/การศึกษา 3 โครงการ

ขอบคุณกองประชาสัมพันธ์
สำนักงาน กปร.