บทความเฉลิมพระเกียรติ เรื่อง พระเมตตาพระราชทานแก้มลิงหนองแสงให้ชาวมัญจาคีรี
ผลผลิตทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นพืชผักสวนครัว เช่น ต้นหอม ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หรือผลไม้ เช่น กล้วย อินทผาลัม ลำไย มะม่วง มะขาม พุทรา รวมทั้งข้าว ไข่ และผ้าทอ ล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ของราษฎรในพื้นที่อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการแก้มลิงหนองแสงพร้อมอาคารประกอบอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทำให้มีน้ำอุปโภค บริโภค และใช้ในการเกษตร

ในอดีตหนองแสงมีความตื้นเขิน พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชดำริ ณ จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2539 สรุปความว่า “…ลำน้ำชีในฤดูน้ำหลาก น้ำท่วมพื้นที่สองฝั่งซึ่งเป็นห้วย หนอง บึง และพื้นที่สาธารณะมาก เมื่อถึงเวลาน้ำลด น้ำที่ท่วมพื้นที่ดังกล่าวก็ลดตามไปด้วย ทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำตามเดิม ให้พิจารณาหาวิธีเก็บกักน้ำให้อยู่ในพื้นที่ เพื่อใช้ประโยชน์ในการเพาะปลูก…” และต่อมาได้พระราชทานพระราชดำริเพิ่มเติม สรุปความว่า “…ให้สำรวจพื้นที่อ่างเก็บน้ำรอบ ๆ จังหวัดขอนแก่น ตั้งแต่อำเภอมัญจาคีรีขึ้นมาทางเหนือ เพื่อพิจารณาขุดลอกอ่างเก็บน้ำเสริมคันดินกั้นน้ำให้สูง เพื่อเก็บปริมาณน้ำให้ได้มากที่สุดในฤดูฝน ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการทำนาปรังได้ รวมทั้งช่วยป้องกันน้ำท่วมตัวเมืองขอนแก่นในฤดูที่มีฝนตกหนัก นอกจากนั้นจะช่วยให้สามารถนำน้ำมาใช้ในโครงการเกษตรน้ำฝนตามแนวทฤษฎีใหม่ได้…” โดยสำนักงาน กปร. และกรมชลประทาน ได้ร่วมกันดำเนินงานสนองพระราชดำริในการดำเนินการขุดลอกแหล่งน้ำพื้นที่ 120 ไร่ ความลึกเฉลี่ย 3.50 เมตร เพื่อเพิ่มปริมาณความจุเป็น 830,000 ลูกบาศก์เมตร (จากเดิม 500,000 ลูกบาศก์เมตร) ก่อสร้างคันทำนบดิน อาคารบังคับน้ำ และท่อลอดถนน โดยดำเนินการก่อสร้างในปี 2567 และแล้วเสร็จในปีเดียวกัน ทำให้ราษฎรหมู่บ้านท่าสวรรค์ ตำบลท่าศาลา อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น และหมู่บ้านใกล้เคียง จำนวน 500 ครัวเรือน รวม 747 คน มีน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคได้อย่างเพียงพอ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ และสามารถส่งน้ำสนับสนุนพื้นที่การเกษตรให้แก่ราษฎร จำนวน 500 ไร่
ในโอกาสที่พลอากาศเอกจอม รุ่งสว่าง องคมนตรี รองประธานกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นายวัชระ หัศภาค ที่ปรึกษาด้านการพัฒนา สำนักงาน กปร. พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เดินทางไปยังโครงการแก้มลิงหนองแสงพร้อมอาคารประกอบอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568

องคมนตรีได้ติดตามความคืบหน้าการใช้ประโยชน์โครงการและได้กล่าวกับราษฎรว่าขอให้กลุ่มผู้ใช้น้ำมีความสามัคคีกัน อย่าแย่งชิงน้ำกัน และใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยปลูกพืชเศรษฐกิจเสริมการทำนา เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคง
นายสุนิตย์ ตีมูลลา ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำโครงการแก้มลิงหนองแสงพร้อมอาคารประกอบอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำนั้น กำหนดให้ผู้ที่ต้องการน้ำทำหนังสือแจ้งต่อประธาน เพื่อลงนามและส่งต่อให้นายสถานีทำหน้าที่เปิดปิดน้ำ ส่งให้กับพื้นที่เกษตรกรรมที่เพาะปลูกข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรปีละ 1-2 แสนบาทเศษ โดยส่วนใหญ่จะเปิดน้ำในช่วงฤดูแล้ง ทั้งนี้สมาชิกจะต้องจ่ายค่าบำรุงทั้งไฟและค่าซ่อมแซมเล็กน้อย
สำหรับการต่อยอดโครงการฯ พบว่ากรมชลประทานได้ดำเนินการก่อสร้างโครงการสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำบ้านท่าสวรรค์ แล้วเสร็จในปี 2566 สามารถเพิ่มพื้นที่รับประโยชน์ให้แก่ราษฎร 150 ครัวเรือน รวม 500 คน มีน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคได้อย่างเพียงพอ และส่งน้ำสนับสนุนพื้นที่การเกษตร 1,330 ไร่ รวมถึงขุดลอกแก้มลิงหนองแสงเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำให้เต็มศักยภาพ

พระปรีชาญาณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานพระราชดำริแก้ปัญหาน้ำในลุ่มน้ำชี ได้บรรเทาทุกข์ให้กับราษฎร และมีการต่อยอดโครงการในรัชสมัยปัจจุบัน ซึ่งเป็นไปตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “สืบสาน รักษา ต่อยอด” โครงการเหล่านี้ได้ยังประโยชน์ให้ราษฎรได้มีอาชีพที่มั่นคง ไม่ต้องพลัดถิ่นไปใช้แรงงานในพื้นที่อื่น .
บทความโดย สุวินา เอี่ยมสุทธา.

