Happiness from developmentnews

สุขจากการพัฒนา ตอน ชาวนราฯต่อยอดงานศิลปาชีพ

กระเป๋า แผ่นรองจานและรองแก้ว เหล่านี้เป็นตัวอย่างผลิตภัณฑ์จากต้นกระจูด ที่วิทยาลัยชุมชนนราธิวาส ได้นำมาเผยแพร่ให้ทราบถึง การพัฒนาผลิตภัณฑ์จักสานกระจูดที่ผนวกกับงานปัก เป็นการเพิ่มมูลค่างานหัตถกรรมพื้นบ้านให้สามารถใช้ประโยชน์ในวงกว้างมากขึ้น

อาจารย์มารีนี กอรา ครูวิทยาลัยชุมชนนราธิวาส ทำหน้าที่ดูแลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บอกเล่าว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ส่งเสริมงานศิลปหัตถกรรมโดยเฉพาะการจักสาน ให้กับชาวนราธิวาส ที่ได้มีการสืบสานงานศิลปวัฒนธรรมด้านนี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยในงานชมศูนย์ศึกษา พัฒนาความรู้ ดูนิทรรศการ ครั้งที่ 27 ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 13 – 15 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส ก็ได้นำกลุ่มสตรีสานเสื่อกระจูดบ้านโคกพยอม อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส สาธิตการทำพวงกุญแจ เพื่อให้ผู้สนใจเข้าร่วมทดลองจักสาน แล้วนำผลิตภัณฑ์นี้ไปใช้ประโยชน์ได้จริง

“เราต้องการสืบสานงานหัตถกรรมด้านนี้ให้กับคนรุ่นหลัง จึงให้เรียนรู้การจักสานงานที่ง่าย เช่น พวงกุญแจ เป็นการชักจูงใจ และยังนำนักศึกษาวิทยาลัยชุมชน สาขาด้านการจัดการและด้านการบัญชีมาร่วมสาธิต เพื่อให้เยาวชนคนรุ่นใหม่เกิดความสนใจ ผู้ที่มาร่วมจักสานก็จะได้รับพวงกุญแจที่สานเองกลับไปใช้ประโยชน์ เช่น แขวนกระเป๋าได้ และยังนำผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น โคมไฟ ดอกไม้ แผ่นรองจานและแก้ว ให้เด็กๆได้เรียนรู้ด้วยว่า นอกจากกระเป๋าและเสื่อที่พ่อแม่ทำใช้แล้ว ยังสามารถแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นได้” อาจารย์มารีนีกล่าว

ทั้งนี้ วิทยาลัยยังได้เผยแพร่งานศิลปหัตถกรรมเหล่านี้ ผ่านทางศูนย์เรียนรู้ของวิทยาลัย เช่น กลุ่มสตรีสานเสื่อกระจูดบ้านโคกพยอม ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนที่สนใจเข้าเรียนรู้งานหัตถกรรมได้ตลอดเวลา

ปัจจุบันวิทยาลัยได้มีการผนวกงานศิลปหัตถกรรมที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานพระราชดำริส่งเสริมงานหัตถกรรมให้กับชาวนราธิวาสทั้งการจักสานและการปักผ้า โดยได้จักสานแผ่นรองจานและรองแก้ว จากนั้นปักลวดลายดอกไม้และอื่นๆลงบนงานจักสาน เพื่อเพิ่มความสวยงามและเพิ่มมูลค่าให้กับชิ้นงาน

ปัจจุบันงานศิลปาชีพนี้ได้ขยายตลาดในวงกว้างออกไป ดังเช่น กลุ่มสตรีสานเสื่อกระจูดบ้านโคกพยอมได้รับงานจักสานช่อดอกไม้ ส่งให้กับแบรนด์ดิ’ออ โดยมียอดการสั่งสูงถึง 3,500 ดอก จึงกระจายงานส่งให้กลุ่มจักสานกระจูดในตำบลโคกเคียนและบ้านทอนช่วยผลิตด้วย

“ปัจจุบันกลุ่มหัตถกรรมสานกระจูดภายใต้งานศิลปาชีพมีจำนวน 7 กลุ่ม แต่ได้มีการขยายกลุ่มออกไปเป็นวงกว้าง ซึ่งการสำรวจเพื่อทำงานวิจัยในปี 2565 พบว่ามีจำนวน 16 กลุ่ม ดังนั้นจนถึงปัจจุบันน่าจะมีการขยายเครือข่ายออกไปถึง 20 กลุ่มแล้ว เรียกได้ว่ามีการพัฒนายกระดับจากในอดีตไปมาก จากเดิมที่มีแต่การทอเสื่อ กระเป๋า ตะกร้า กระบุง ไว้ใช้สอยในบ้าน ได้ยกระดับทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ จนเป็นที่ยอมรับทั่วโลก”อาจารย์มารีนีกล่าว

อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังมีปัญหาขาดแคลนแรงงาน อาจารย์มารีนีจึงให้นักศึกษาลงพื้นที่ชุมชนช่วยกลุ่มต่างๆจักสาน นอกจากจะเป็นการเพิ่มทักษะแล้วยังเป็นการสร้างรายได้พิเศษให้กับนักศึกษา และชักชวนเด็กคนรุ่นใหม่ที่ยังว่างงานมาร่วมผลิตงานจักสานนี้เป็นการสร้างรายได้ให้เป็นอย่างดี ซึ่งการลงพื้นที่นั้น นักศึกษายังได้เรียนรู้จักต้นกระจูดที่เกิดขึ้นอยู่ในชุมชน ขณะที่นักศึกษาที่มีทักษะด้านไอที ยังเข้ามาช่วยด้านการประชาสัมพันธ์ด้วย

พระมหากรุณาธิคุณที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้พระราชทานพระราชดำริในการส่งเสริมงานศิลปาชีพให้กับชาวนราธิวาส ได้สร้างชื่อเสียงให้กับงานศิลปหัตถกรรมได้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

“ขอบพระคุณพระพันปีที่ส่งเสริทงานหัตถกรรมทั้งด้านกระจูด ลิเภา ปักผ้า  เซรามิก เรือกอและที่เราได้ศึกษาพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ การที่พระองค์ได้แนะนำให้ชาวบ้านได้รู้จักคุณค่าของพืชในชุมชน โดยชาวบ้านรู้สึกภาคภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการทำงานด้านนี้ จึงได้มีการพัฒนาผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง และยังไม่ทิ้งงานด้านนี้ และยังรำลึกถึงพระองค์ท่านอยู่เสมอ และจะต่อยอดต่อไปเรื่อยๆจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน” อาจารย์มารีนีกล่าว

 

บทความและภาพ โดย สุวินา เอี่ยมสุทธา