GeneralInnovation

เกษตรกร 4.0 ไม่ใช่แค่ฝัน! กับ“สมาร์ทฟาร์มคิท”ต้นทุนต่ำเพียง 1,000 บาท !!

กรุงเทพฯ 26 เมษายน 2560 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดตัว “สมาร์ทฟาร์มคิท” ชุดอุปกรณ์ควบคุมการรดน้ำอัจฉริ ยะต้นทุนต่ำ เสริมแกร่งเกษตรกรไทยยุค 4.0 รับภัยแล้ง พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ผ่านส่วนประกอบ 3 ส่วน คือ 1) ระบบควบคุมการเปิด-ปิดน้ำ การสั่งเปิด-ปิดระบบรดน้ำพืชผลใ นแปลงเกษตร พร้อมตั้งเวลาเปิด-ปิดน้ำได้ตาม ต้องการ 2) ระบบเซ็นเซอร์ติดตามสภาพอากาศ การตรวจวัดอุณหภูมิและความชื้นใ นดินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม 3) ระบบสั่งการผ่านสมาร์ทโฟน การติดตามผล พร้อมสั่งรดน้ำและให้ปุ๋ยแก่พืช ตามต้องการ ทั้งนี้ สมาร์ทฟาร์มคิท ช่วยควบคุมปริมาณการใช้น้ำตามเว ลาที่กำหนดทำให้ช่วยลดการใช้น้ำ ในการเกษตรได้ไม่ต่ำกว่า  3 เท่า และยังถือเป็นการกระจายองค์ความ รู้นวัตกรรมเพื่อประยุกต์ใช้จริ งในการเกษตรด้วยต้นทุนที่ต่ำที่ เกษตรกรเข้าถึงได้ โดยเกษตรกรสามารถหาซื้ออุปกรณ์ต่ างๆ เพื่อนำมาประกอบเองได้ในงบประมา ณเริ่มต้น 1,000 บาท สามารถใช้กับพื้นที่แปลงเกษตรขน าด 1 ตารางกิโลเมตร หรือ 625 ไร่ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการ บริหารจัดการน้ำในแปลงเกษตร

สำหรับเกษตรกรที่สนใจ สามารถขอรับคำปรึกษาได้โดยไม่เสี ยค่าใช้จ่าย ได้ที่ 089-446-1900สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-5644482 (สาขาเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนายั่ งยืน) และ 02-5644488 (สาขาเทคโนโลยีการเกษตร) หรือเข้าไปที่ www.sci.tu.ac.th

รศ.ปกรณ์ เสริมสุข คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. กล่าวว่า “ช่วงน้ำแล้ง” ถือเป็นมหันตภัยร้ายของเกษตรกรไ ทยที่จะต้องประสบในทุกๆ ปี เนื่องจากเมื่ออยู่ในภาวะน้ำแล้ ง การสูบน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาตินั้นย่อมเป็นไปได้ยาก ดังนั้น เกษตรกรไทยยุคใหม่ จึงจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันผ่าน การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประ ยุกต์ใช้ สู่ “เกษตรกรไทย 4.0” ที่สามารถประยุกต์ใช้เทคโนยีเข้ ากับวิถีการเกษตรได้อย่างชาญฉลา ด อีกทั้งยังสามารถพึ่งพาตนเองได้ อย่างยั่งยืน เพื่อเป็นการขจัดปัญหาการสูญเสี ยทรัพยากรต่างๆ โดยไม่จำเป็น พร้อมทั้งยังได้ผลผลิตที่มีคุณภ าพดียิ่งขึ้น โดยล่าสุด คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในการประยุกต์ ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่ นวัตกรรมใหม่ที่เอื้อประโยชน์ แก่สังคม จึงได้วิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ “สมาร์ทฟาร์มคิท” ชุดอุปกรณ์ควบคุมระบบรดน้ำอัจฉริ ยะต้นทุนต่ำ เพื่อเสริมแกร่งเกษตรกรไทยผ่านก ารกระจายองค์ความรู้ให้เกษตรกรส ามารถเข้าถึงนวัตกรรม และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริ งในการเกษตร อันจะนำไปสู่การพึ่งพาตนเองได้อ ย่างยั่งยืน สอดคล้องกับแนวคิดของมหาวิทยาลั ยที่ว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์…มหาวิ ทยาลัยเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

            รศ.ดร. สุเพชร จิรขจรกุล สาขาวิชาเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนา ยั่งยืน คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. กล่าวว่า จากการเล็งเห็นถึงปัญหาของระบบก ารจัดการน้ำในช่วงหน้าแล้งของเก ษตรกรไทยในหลายพื้นที่ที่จะต้อง สูญเสียเวลา และค่าใช้จ่ายจำนวนมากไปกับการจั ดการต่างๆ เพื่อบำรุงดินและผลผลิตทางการเก ษตร คณาจารย์ในทีมวิจัยฯ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. จึงได้ร่วมกันพัฒนาอุปกรณ์ “สมาร์ทฟาร์มคิท (Smart Farm Kit)” ระบบควบคุมการรดน้ำอัจฉริยะต้นทุ นต่ำ ที่เกษตรกรไทยยุค 4.0 สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ เกษตรของตนได้ เพื่อเป็นการลดความสูญเสียดังกล่ าว ผ่านการบูรณาการองค์ความรู้ร่วม กันระหว่างทีมนักวิจัยใน 2 สาขาวิชา คือ สาขาวิชาเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนา ยั่งยืน และเทคโนโลยีการเกษตรเข้าด้วยกั น โดยระบบสมาร์ทฟาร์มคิททำให้ระบบ มีการใช้น้ำที่มีประสิทธิภาพมาก ขึ้น จึงสามารถช่วยลดการใช้น้ำในการเ กษตรได้ไม่ต่ำกว่า 3 เท่า

            รศ.ดร. สุเพชร กล่าวต่อว่า สำหรับชุดอุปกรณ์สมาร์ทฟาร์มคิท เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง 3 อุปกรณ์ ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

·   ระบบควบคุมการเปิด-ปิดน้ำ โดยภายในจะมีบอร์ดไมโครคอนโทลเล อร์ที่ช่วยควบคุมอุปกรณ์เปิด-ปิ ดไฟฟ้า (Relay) ที่ทำหน้าที่เปิดปิดวงจรไฟฟ้าใน ชนิดเดียวกับสวิตซ์ไฟฟ้า โดยจะสามารถสั่งเปิด-ปิดปั๊มน้ำ สำหรับรดน้ำผักในแปลงเกษตรได้ อีกทั้งยังสามารถตั้งเวลาเปิด-ปิ ดน้ำได้ตามความต้องการของชนิดพื ช ยกตัวอย่างเช่น สั่งเปิดระบบไฟฟ้าของปั๊มน้ำทุก ๆ 8.00 น. โดยรดน้ำเป็นเวลา 5 นาที เป็นต้น ทำให้ช่วยลดความกังวลที่เกษตรกร ต้องเดินทางไปต่างจังหวัดหลายวั น ไม่มีเวลาดูแลรดน้ำพืชผล ก็ให้ใช้อุปกรณ์รดน้ำอัตโนมัติช่ วยควบคุมการรดน้ำได้

·   ระบบเซ็นเซอร์ติดตามสภาพอากาศ จะเป็นการตรวจวัดปัจจัยสภาพแวดล้ อมของแปลงเกษตรใน 2 รูปแบบ คือ 1) การตรวจวัดอุณหภูมิ ในกรณีที่สภาพแวดล้อมของแปลงมีอุ ณหภูมิเกินที่กำหนด เช่น อุณหภูมิสูงเกิน 35 องศา ระบบจะทำการสั่งเปิดปั๊มน้ำเป็น ระบบน้ำหยด หรือ สปริงเกลอร์ จนกว่าอุณหภูมิจะลดระดับ 2) การวัดความชื้นในดิน ในกรณีที่ตรวจพบความชื้นในอากาศ ต่ำกว่าที่กำหนด เช่น ความชื้นในดินที่ต่ำกว่า 50% ระบบก็จะสั่งรดน้ำโดยอัตโนมัติ

·   ระบบสั่งการและแจ้งเตือนผ่านสมา ร์ทโฟน จะเป็นการส่งข้อความแจ้งเตือน พร้อมแสดงผลสภาพอากาศบริเวณพื้น ที่แปลงเกษตร ผ่านระบบ Line Notify บนสมาร์ทโฟนของเกษตรกร เช่น อุณหภูมิที่ร้อน ความชื้นในดินที่แล้ง และปริมาณน้ำที่ลดน้อยลง ฯลฯ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก เพิ่มประสิทธิภาพ และประหยัดเวลาของเกษตรในการควบ คุมและสั่งเปิด-ปิดระบบรดน้ำปุ๋ ย รวมถึงน้ำสมุนไพรสำหรับป้องกันแ มลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนหาแนวทางการป้องกันและกำจั ดโรคให้ทันท่วงที เพื่อเพิ่มคุณภาพของผลิตผลทางกา รเกษตร

            ทั้งนี้ สมาร์ทฟาร์มคิท ถือเป็นการกระจายองค์ความรู้นวั ตกรรม เพื่อประยุกต์ใช้จริงในการเกษตร ด้วยต้นทุนต่ำที่เกษตรกรสามารถเ ข้าถึงได้ โดยสามารถหาซื้ออุปกรณ์ต่างๆ เพื่อนำมาประกอบเองได้ในงบประมา ณ 1,000 บาท หรือหากในกรณีที่เกษตรกรไม่มีทั กษะทางด้านเทคโนโลยีพื้นฐาน สามารถขอคำแนะนำ และเข้ามาศึกษาดูงานที่แปลงสาธิ ตเกษตรฯ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยอุปกรณ์สมาร์ทฟาร์มคิท 1 ชุด สามารถใช้กับพื้นที่แปลงเกษตรขน าด 1 ตารางกิโลเมตร หรือ 625 ไร่ ซึ่งโดยปกติหากเกษตรต้องการติดตั้ งระบบรดน้ำอัตโนมัติ พร้อมติดตามผลสภาพอากาศของพื้นที่ เกษตร อาจจะมีค่าใช้จ่ายอุปกรณ์และค่า ดำเนินการติดตั้งราคาสูง   ทั้งนี้ สำหรับเกษตรกรที่สนใจชุดอุปกรณ์ สมาร์ทฟาร์มคิท สามารถขอรับคำปรึกษาได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพ ฯ และปริมณฑล ยังสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ผู้เ ชี่ยวชาญเพื่อขอดูงานที่แปลงสาธิ ตเกษตร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. ศูนย์รังสิต และให้คำแนะนำการเลือกซื้อและกา รใช้งานอุปกรณ์ได้ฟรีเช่นกัน รศ.ดร. สุเพชร กล่าว

                ดังนั้น การที่เกษตรกรไทย จะก้าวสู่เกษตรกร ยุค 4.0 จึงไม่ใช่แค่ความฝัน เพราะในปัจจุบันเกษตรกรไทยมีควา มใกล้ชิดกับเทคโนโลยีและนวัตกรร มสมัยใหม่เป็นอย่างมาก จากนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาล ที่มุ่งส่งเสริมให้ในหลายภาคส่ว นนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้ หากแต่เกษตรกรในบางกลุ่ม ยังมีข้อจำกัดในการนำเทคโนโลยีดั งกล่าว เข้ามาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกั บวิถีการทำการเกษตร ซึ่งหากเกษตรกรมีความกระตือรือร้ นเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ ก็จะสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับพื้นที่เกษตรของตนได้อย่างหลากหลาย นับตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ที่ทีมคณาจารย์คณะวิทยาศาสตร์แล ะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รวมตัวกันวิจัยและพัฒนาเทคโน โลยีและนวัตกรรมเพื่อนำไปสู่การ พัฒนาการเกษตรยุค 4.0 ด้วยการใช้เทคโนโลยียืดอายุ พร้อมคงความสดให้กับอาหาร จากแปลงเกษตรไปสู่ตลาดรับซื้อ ที่ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ที่เพิ่ มขึ้น จากการแปรรูปอาหารหรือสร้างมูลค่ าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ และสามารถขยายกลุ่มเป้าหมายไปสู่ตลาดใหม่หรือตลาดออนไลน์ได้อย่า งมีประสิทธิภาพ รศ.ดร. สุเพชร กล่าวทิ้งท้าย

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติ มได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-5644482 (สาขาเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนายั่ งยืน) และ 02-564-4488 (สาขาเทคโนโลยีการเกษตร) หรือเข้าไปที่ www.sci.tu.ac.th