Central RegionEditorialnewsroyal project

บทความ เพิ่มศักยภาพผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำในจังหวัดจันทบุรี

ความนิยมบริโภคทุเรียนทั้งในประเทศและการส่งเสริมการค้าทุเรียนไปยังต่างประเทศ ทำให้ทุเรียนไม่เพียงแต่เป็นพืชเศรษฐกิจ ยังเป็นพืชส่งออกที่มีมูลค่ามหาศาล ทำให้เกษตรกรนิยมปลูกทุเรียนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจะเห็นได้จากสถิติเนื้อที่ให้ผล รวมทั้งประเทศ   936,489 ไร่ เพิ่มขึ้น จากปีที่แล้ว 71,003 ไร่ หรือร้อยละ 8.20 (ข้อมูลจาก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์)

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2565จังหวัดจันทบุรี มีพื้นที่ปลูกทุเรียนที่ให้ผลผลิต 227,002ไร่ มีปริมาณผลผลิต 496,760ตัน(ข้อมูลจาก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์) ทำให้เกษตรกรในบริเวณลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำจันทบุรี และลุ่มน้ำเวฬุ เขตอำเภอโป่งน้ำร้อน และอำเภอเขาคิชฌกูฎ จังหวัดจันทบุรี เปลี่ยนชนิดการปลูกพืชจากสวนยางพารามาเป็นสวนผลไม้ โดยเฉพาะทุเรียนมากขึ้น และยังใช้พื้นที่ว่างที่มีอยู่มาปลูกทุเรียน จึงมีความต้องการใช้น้ำมากขึ้น

ในโอกาสที่พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคกลาง และพลอากาศเอก จอม รุ่งสว่าง องคมนตรี รองประธานอนุกรรมการฯ พร้อมด้วยนางพิชญดา หัศภาค ที่ปรึกษาด้านการพัฒนา รักษาราชการแทนรองเลขาธิการ กปร. และคณะ เดินทางไปติดตามการดำเนินงานโครงการไฟฟ้าพลังน้ำคิรีธาร ตำบลปัถวี อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี  เมื่อวันที่ 20มกราคม2566ที่ผ่านมา

ผู้แทนกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานกระทรวงพลังงานได้นำเสนอแผนพัฒนาโครงการไฟฟ้าพลังน้ำจังหวัดจันทบุรี ปี พ.ศ.2567-2570 จำนวน2โครงการคือ โครงการไฟฟ้าพลังน้ำคลองโป่งน้ำร้อน หรือคิรีธาร2 และ โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำคลองทุ่งเพลบน

โดยโครงการไฟฟ้าพลังน้ำคลองโป่งน้ำร้อน หรือคิรีธาร2 จะตั้งอยู่ที่ตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอโป่งน้ำร้อน มีกำลังการผลิตไฟฟ้าปีละ25.6ล้านหน่วย ช่วยพื้นที่เกษตรท้ายเขื่อนได้ 39,000ไร่ สามารถเพิ่มพลังงานไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าเขื่อนคิรีธารปีละ 19.5ล้านหน่วย เพิ่มปริมาณน้ำในฤดูแล้งให้อ่างเก็บน้ำเขื่อนคิรีธารปีละ 68ล้านลูกบาศก์เมตร ช่วยพื้นที่เกษตรกรรในฤดูแล้ง 91,000ไร่

ส่วน โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำคลองทุ่งเพลบน จะตั้งอยู่ที่ตำบลพลวง อำเภอเขาคิชฌกูฎ มีกำลังการผลิตไฟฟ้าปีละ 11.6ล้านหน่วย สามารถเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าเขื่อนทุ่งเพลล่างปีละ 18.5ล้านหน่วย อีกทั้งเพิ่มปริมาณน้ำในฤดูแล้งให้อ่างเก้บน้ำเขื่อนทุ่งเพลและเขื่อนพลวงได้ปีละ 35ล้านลูกบาศก์เมตร ช่วยพื้นที่เกษตรกรรมในฤดูแล้งได้ 57,600ไร่

นอกจากนี้คณะกรรมการบริหารทรัพยากรน้ำในจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดจันทบุรี ยังเสนอต่อกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน พิจารณาดำเนินโครงการไฟฟ้าพลังน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำจันทบุรีตอนบน ในเขตอำเภอเขาคิชฌกูฎ 5แห่ง คือโครงการไฟฟ้าพลังน้ำตารอง โครงการไฟฟ้าพลังน้ำบุญมาก โครงการไฟฟ้าพลังน้ำจันตาแป๊ะ โครงการไฟฟ้าพลังน้ำตาหลิวและโครงการไฟฟ้าพลังน้ำกระสือใหญ่ เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานและด้านน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคและด้านการเกษตร

อย่างไรก็ตามปัจจุบัน จังหวัดจันทบุรีมีโครงการไฟฟ้าพลังน้ำอยู่2แห่ง คือโครงการไฟฟ้าพลังน้ำคิรีธาร และโครงการไฟฟ้าพลังน้ำคลองทุ่งเพล โดยโครงการไฟฟ้าพลังน้ำคิรีธารก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2529 ได้รับพระราชทานชื่อว่า “เขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำคิรีธาร” เป็นเขื่อนขนาดเล็กมีปริมาณน้ำกักเก็บเฉลี่ยปีละ76ล้านลูกบาศก์เมตร มีภารกิจหลักในการผลิตไฟฟ้าได้ปีละ27ล้านหน่วย

น้ำที่ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าแล้วได้ไหลลงสู่แม่น้ำจันทบุรี โดยมีสถานีสูบน้ำขึ้นมาใช้เพื่อการเกษตร 35,000ไร่ ใช้ป้องกันน้ำเค็ม รวมทั้งเป็นแหล่งน้ำจืดสำหรับการอุปโภคบริโภคในเขตเทศบาลเมืองจันทบุรี

ส่วนโครงการไฟฟ้าพลังน้ำคลองทุ่งเพล อำเภอคิชฌกูฏ และอำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี เป็นพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในการนำน้ำจากห้วยสะตอมายังเขื่อนคิรีธาร โดยโครงการไฟฟ้าพลังน้ำคลองทุ่งเพล มีกำลังผลิตพลังงานไฟฟ้าปีละ 28.16ล้านหน่วย มีอ่างเก็บน้ำความจุ75.5ล้านลูกบาศก์เมตร ส่งน้ำเพื่อการเกษตรในอำเภอเขาคิชฌกูฎและอำเภอมะขามได้ 75,000ไร่

บทโดย สุวินา เอี่ยมสุทธา