EditorialnewsRoyal Story

บทความเฉลิมพระเกียรติ เรื่อง พิษณุ เภาโพธิ์ สร้างสุขจากเกษตรทฤษฎีใหม่

 

ความงอกงามของพืชผักและไม้ผลยืนต้น นับตั้งแต่เดินเข้าบ้านของนายพิษณุ  เภาโพธิ์ เกษตรกรศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ 32 ศูนย์ ที่ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 บ้านนางอย ตำบลเต่างอย อำเภอเต่างอย  จังหวัดสกลนคร  แสดงถึงความตั้งใจในการดูแลและทำการเกษตรอย่างผสมผสาน

เดินเข้ามายังพื้นที่ตอนใน พบกับแปลงนา บ่อแหนที่เป็นปุ๋ยพืชสด รวมถึงถังหมักปุ๋ยตามหลักวิธีการของพัฒนาที่ดิน เพื่อนำปุ๋ยเหล่านี้ไปบำรุงดินให้พืชผลงอกงาม

จากอดีตที่พิษณุมีอาชีพรับราชการ ตำแหน่งนักการภารโรง แต่เงินเดือนนักการภารโรงไม่เพียงพอที่จะเลี้ยงดูครอบครัว จึงเริ่มทำสวน ทำนาเป็นอาชีพเสริม โดยเริ่มจากการทำนาและปลูกพืชไร่ตามฤดูกาล ในพื้นที่ 13 ไร่ 3 งาน แต่พิษณุไม่มีความรู้ในการทำเกษตรกรรรม จึงได้ผลผลิตน้อยและเสียหายจากโรคต่างๆ ทุกปี และต้องเสียรายได้ ไม่คุ้มกับต้นทุนที่ทุ่มเทไป

กระทั่งในปี 2540 พิษณุตัดสินใจขอลางาน 2 วัน เพื่อไปอบรมเพิ่มความรู้กับศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เรื่องการทำการเกษตรแบบทฤษฎีใหม่ ทำให้พบหนทางแก้ไขปัญหาของตนเอง จึงน้อมนำแนวพระราชดำริหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  มาปรับใช้ในแปลงเกษตรของตนจนประสบผลสำเร็จ

พื้นที่ 13ไร่ 3งาน ที่ทำเกษตรทฤษฎีใหม่นี้ ได้แบ่งพื้นที่ออกเป็นแปลงมะเขือเทศ 2งาน สวนยางพารา2จุดรวมประมาณ 5ไร่ บ่อปลา 1งาน บ่อปลาและเลี้ยงกบในกระชัง 1งาน สระน้ำทฤษฎีใหม่และคอกไก่ 3ไร่ แปลงปลูกไผ่ 2 งาน นาข้าว 4ไร่ สระน้ำ 1งาน ที่อยู่อาศัย 1งาน และพื้นที่ใช้สอย 1งาน

การเพาะปลูกแบบผสมผสานนี้ เป็นการใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า นอกจากจะทำให้พิษณุมีอาหารบริโภคแล้วยังสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ทั้งการปลูกยางพารา ปลูกกล้วยน้ำว้าแซมยาง ปลูกหวาย ปลูกมะนาวแป้นพิจิตรในท่อปูนซีเมนต์ ปลูกพืชไร่ ทั้งข้าวโพดฝักอ่อน มะเขือเทศ ถั่วลิสง หมุนเวียนสับเปลี่ยนกันไปตามฤดูกาล ปลูกพืชผักสวนครัว แล้วยังมีการเลี้ยงปลาหมอพันธุ์ยักษ์ เลี้ยงกุ้งฝอย เลี้ยงหอยขมตามแบบวิถีธรรมชาติ และมีการปลูกผักสวนครัวรอบขอบสระ และยังสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในภาคการเกษตร

ในปี 2549 พิษณุยังได้รับคัดเลือกให้เป็นเกษตรกรตัวอย่าง และได้รับการจัดตั้งให้เป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ซึ่งศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้เข้ามาจัดตั้งแปลงสาธิตเป็นศูนย์เรียนรู้เพื่อขยายผลไปสู่ชุมชน และในปัจจุบันมีเกษตรกรเครือข่าย จำนวน 35 ราย

ผลจากการน้อมนำหลักเกษตรทฤษฎีใหม่มาปรับใช้ ทำให้พิษณุมีรายได้เพิ่มขึ้น จากเดิมก่อนจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ มีรายได้เฉลี่ยปีละ ประมาณ 80,000 บาทต่อปี เมื่อจัดตั้งศูนย์เรียนรู้แล้ว ได้รายได้ประมาณ 200,000 บาทต่อปี

พระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานเกษตรทฤษฎีใหม่ และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ให้กับราษฎร ได้มีตัวอย่างเกษตรกรที่น้อมนำไปใช้จนประสบความสำเร็จมาจวบจนรัชสมัยปัจจุบัน ไม่เพียงแต่จะทำให้ผู้คนเหล่านั้นพ้นทุกข์ ยังสร้างผู้คนเหล่านั้นให้กลายเป็นปราชญ์ ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับชุมชน เพื่อสร้างสุขให้เกิดขึ้น และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนได้อย่างแท้จริง.