กรมชลประทาน ยืนยันปีนี้น้ำจะไม่ท่วม กทม.เหมือนดังเช่นปี 2554
วันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม 2567 เวลา 10.00 น. นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมด้วย นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการ กปร. และคณะอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนฯ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำโครงการประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ และการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ
กรมชลประทานนำโดยนายพงศธร ศิริอ่อน ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรมโยธา นายชุติมันต์ สกุลพราหมณ์ ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่11 และคณะผู้บริหารกรมชลประทาน ได้รายงานต่อที่ประชุมถึงสถานการณ์น้ำในช่วงวันพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม ทางขบวนพยุหยาตราทางชลมารค วันอาทิตย์ ที่ 27 ตุลาคม 2567 ว่ากรมชลประทานมีการประสานกับเขื่อนเจ้าพระยาในการปล่อยน้ำตลอดเวลา ซึ่งปกติน้ำจะใช้เวลาเดินทางจากเขื่อนเจ้าพระยามาถึงอ่าวไทยเป็นเวลา3วัน รวมทั้งได้มีการประสานกับกองทัพเรือว่าจะมีการปล่อยน้ำลงมา1,000ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีความพอดี ทำให้การขับเคลื่อนขบวนเรือพระราชพิธีเป็นไปอย่างงดงาม

นอกจากนี้ กรมชลประทานยังรายงานถึงสาเหตุที่ในปีนี้ไม่เกิดสภาวะน้ำท่วมพื้นที่กรุงเทพหานครและปริมณฑลเหมือนดังเช่นปี 2554 ว่า เป็นเพราะกรมชลประทานกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ มีการประสานงานปล่อยน้ำอย่างเหมาะสม อีกทั้งปริมาณน้ำไม่มากเท่าปี 2554 และเขื่อนหลักยังคงสามารถเก็บกักน้ำได้อยู่ อีกทั้งขณะนี้วิกฤตน้ำทะเลหนุนสูงได้ผ่านพ้นไปแล้ว น้ำเหนือที่เติมลงมามีปริมาณไม่มาก ทำให้ลำน้ำในลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างสามารถรองรับน้ำเหนือที่ลงมาเพื่อลงสู่อ่าวไทยได้
โดยนายชุติมันต์ สกุลพราหมณ์ ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่11 ย้ำว่าปีนี้น้ำจะไม่ท่วมพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเหมือนปี2554อย่างแน่นอน เนื่องจากมวลน้ำก้อนใหญ่จากภาคเหนือได้เคลื่อนตัวผ่านพ้นไปแล้ว จึงมั่นใจได้ว่าสถานการณ์น้ำจะเข้าสู่ภาวะปกติ
อย่างไรก็ตามในช่วงปลายเดือนที่จะมีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และอาจจะได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน “จ่ามี”ที่จะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงระหว่างวันที่ 26-27ตุลาคม2567 กรมชลประทานก็มั่นใจว่าจะได้รับผลกระทบไม่มากนัก เนื่องจากปริมาณน้ำจะไม่มากและก่อนหน้านั้นได้ทะยอยระบายน้ำออกไปแล้ว
ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ องคมนตรีและคณะ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมโครงการถนนวงแหวนอุตสาหกรรม จังหวัดสมุทรปราการ โดยรับฟังรายงานการดำเนินงานเกี่ยวกับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของกรมทางหลวงชนบท พบว่า สะพานภูมิพล 1 และสะพานภูมิพล 2 ในแนวถนนวงแหวนอุตสาหกรรม เป็นเส้นทางโลจิสติกส์เชื่อมโยงย่านอุตสาหกรรมของพื้นที่เขตราษฎร์บูรณะ ยานนาวา กรุงเทพมหานคร และอำเภอสำโรงใต้ จังหวัดสมุทรปราการ สามารถเชื่อมโยงกับระบบโครงข่ายทางด่วนและถนนเส้นต่างๆ ช่วยบรรเทาปัญหาจราจรติดขัดลงได้
โอกาสนี้องคมนตรีได้ฝากให้กรมทางหลวงชนบทตรวจสอบและดำเนินการปรับปรุงถนนที่เข้าสู่พื้นที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ต่างๆ
ทั้งนี้ ในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ มีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อช่วยเหลือราษฎรในด้านต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น 16 โครงการ แบ่งเป็น โครงการพัฒนาด้านแหล่งน้ำ 6 โครงการ โครงการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม 2 โครงการ โครงการพัฒนาด้านสาธารณสุข 3 โครงการ โครงการพัฒนาด้านคมนาคม/สื่อสาร 2 โครงการ โครงการพัฒนาด้านสวัสดิการสังคม/การศึกษา 2 โครงการ และโครงการพัฒนาด้านบูรณาการ/อื่นๆ 1 โครงการ
ขอบคุณ กองประชาสัมพันธ์ สำนักงาน กปร.

