สุขจากการพัฒนา ตอน สายน้ำเขื่อนขุนด่านปราการชลสร้างอาชีพให้ราษฎร

กระท้อนและมะม่วง ผลไม้ตามฤดูกาลจากสวนของนางพยุง ศิริมงคล เกษตรกรชาวจังหวัดนครนายก ที่สร้างรายได้ให้กับนางพยุงและครอบครัวสูงถึงหลักล้านบาท


สวนผลไม้ผสมผสานที่เน้นปลูกกระท้อนของนางพยุง ศิริมงคล ตั้งอยู่ที่หมู่ 6 ตำบลหนองแสง อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก โดยนางพยุงเล่าว่า ตนเองเป็นคนปราจีนบุรี แต่เมื่อสามีเสียชีวิต ประกอบกับการให้เช่าพื้นที่นาบริเวณหนองแสงให้ผลผลิตต่ำ ผู้เช่าไม่สามารถชำระค่าเช่าได้ จึงเลิกให้เช่าที่นาแล้วชวนบุตรชายมาทำสวน โดยเริ่มต้นปลูกกระท้อนที่นำพันธุ์มาจากบ้านเกิด จ.ปราจีนบุรี ปลูกบนพื้นที่ 30ไร่แห่งนี้ โดยนางพยุงได้ขุดสระน้ำ 3 ไร่ จำนวน 2สระไว้ใช้ในสวน แบ่งพื้นที่ 6ไร่มาปลูกพืชผักสวนครัว เช่น ถั่วฝักยาว น้ำเต้า แตงกวา


น้ำที่ใช้ในสวน พยุงได้ต่อท่อรับน้ำจากเขื่อนขุนด่านปราการชลลงสระน้ำ ต่อมาเมื่อโครงการระบบท่อส่งน้ำฝั่งซ้ายเขื่อนขุนด่านปราการชล – คลองสีเสียดแล้วเสร็จ ทำให้มีปริมาณน้ำใช้มากขึ้น จึงปลูกไม้ผลแบบผสมผสาน ทำให้ปัจจุบันได้รับรายได้รายปีจากกระท้อน 250ต้น มะยงชิด 90ต้น มะม่วงและไม้ผลต่างๆ ได้รับรายได้จากฝรั่งกิมจู 120 ต้นทุก 4เดือน โดยแม่ค้าจากตลาดไทและตลาดสี่มุมเมืองจะมาเก็บผลผลิตที่สวน อีกทั้งพืชผักสวนครัวที่ให้รายได้รายวัน นอกจากนี้ยังผลิตถุงห่อกระท้อนใช้ในสวนและจำหน่ายไปทั่วประเทศ ทำให้พยุงและครอบครัวมีรายได้ปีละประมาณ 2ล้านบาท

พื้นที่เกษตรกรรมของนางพยุง ศิริมงคล เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ 3,000ไร่ ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการระบบท่อส่งน้ำฝั่งซ้ายเขื่อนขุนด่านปราการชล – คลองสีเสียด อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
สายน้ำที่หล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกรรมในจังหวัดนครนายก มาจากอ่างเก็บน้ำ 8 แห่ง โดยเขื่อนขุนด่านปราการชล เป็นแหล่งน้ำที่ใหญ่ที่สุด สามารถหล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกรรมกว่า 185,000 ไร่ เกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า 9,000 ครัวเรือน ช่วยเพิ่มผลผลิตข้าวนาปีและนาปรังได้กว่า ร้อยละ 30–40 ต่อไร่ต่อปี นอกจากนี้ยังช่วยลดผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งและอุทกภัย แก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวในพื้นที่ รวมทั้งสามารถผลักดันน้ำเค็มไม่ให้รุกล้ำพื้นที่เกษตรและรักษาสมดุลนิเวศ น้ำใต้ดินมีปริมาณเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีระดับน้ำลึกจากผิวดินทั่วไปประมาณ 1-1.5 เมตร นอกจากด้านเกษตรแล้ว ยังมีบทบาทสำคัญในด้านพลังงาน สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 10 เมกกะวัตต์ จำนวน 28 ล้านหน่วยต่อปี


น้ำจากเขื่อนขุนด่านปราการชลนั้น เกษตรกรจะใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งเป็นหลัก โดยจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำขึ้นบริหารจัดการ ด้วยการเปิดน้ำตามรอบเวร และตามความต้องการของสมาชิกที่ทำการเพาะปลูกพืชต่างชนิดกันทั้งข้าวนาปรัง สวนผลไม้ เช่น มะยงขิด ส้มโอ ทุเรียน เงาะ กระท้อน โดยจัดเก็บเงินบำรุงไร่ละ 3บาทต่อปีเพื่อใช้ในการบริหารจัดการ เช่น จัดประชุม กิจกรรมพัฒนาก่อนรับน้ำ และงานซ่อมแซมระบบชลประทาน
สายน้ำที่หล่อเลี้ยงพื้นที่จังหวัดนครนายก ได้สร้างอาชีพสร้างสุขให้กับราษฎรในจังหวัดนครนายก
พระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานเขื่อนขุนด่านปราการชล และเครือข่ายน้ำในรูปแบบอ่างพวงให้กับลุ่มน้ำนครนายก และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสืบสาน รักษา ต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ไม่เพียงสามารถแก้ปัญหาในพื้นที่เกษตรกรรมให้กับราษฎรได้ ยังหล่อเลี้ยงสรรพชีวิตในพื้นที่ให้ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างร่มเย็นเป็นสุข.
บทความและภาพโดย สุวินา เอี่ยมสุทธา
ขอบคุณข้อมูลและภาพบางส่วนจากกองประชาสัมพันธ์ สำนักงาน กปร.

