แค่ตัดดอกไม้..ก็ตัดตอน “ยุงก้นปล่อง”
ขึ้นชื่อว่า “ยุง” หลายคนบอกว่า ร้ายกว่า “เสือ” แต่เมื่อไม่นานนี้ มีการตีพิมพ์ผลการวิจัยที่เป็นการร่วมมือกันระหว่างนักวิจัยจากหลายสถาบัน ที่แสดงให้เห็นถึงสมมติฐานที่ว่า
หากตัดแต่งไม้ดอกออกซะบ้าง ก็อาจ “ตัดตอน” ยุงก้นปล่อง พาหะของเชื้อไข้มาลาเรียได้
ด้วยแนวคิด..หากไม่มีน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ซะแล้ว บรรดายุงตัวแม่ก็จะขาดอาหารไปยังชีพ
ดังนั้นการกำจัดยุงที่โตเต็มวัยพร้อมแพร่พันธุ์ จะช่วยหยุดยั้งวงจรการแพร่เชื้อมาลาเรียได้(บ้าง)
เพราะเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า “ยุงก้นปล่อง” เป็นพาหะนำเชื้อมาลาเรียที่อยู่ในต่อมน้ำลายยุง แพร่สู่คนได้จากการกัดและดูดเลือดมนุษย์ และคนที่ติดเชื้อมาลาเรียก็จะกลายผู้แพร่กระจายเชื้อต่อไปยังยุงตัวเมียและตัวอ่อนยุงอื่นๆ ซึ่งต้องการเลือดเป็นอาหารในยามที่พวกมันเริ่มโตเต็มวัยและวางไข่ ซึ่งใช้เวลาประมาณ10วันสำหรับตัวอ่อนยุงตัวเมีย ที่จะแพร่เชื้อต่อไปยังมนุษย์
อย่างก็ตาม มีการศึกษาพบว่า แม้ว่า “ยุง” กินเลือดเป็นอาหาร แต่ก็ยังต้องการน้ำหวานจากเกสรดอกไม้มาเป็นพลังงานในการดำรงชีวิต
จากจุดนี้เอง ทำให้นักวิจัยเลือกไปพิสูจน์สมมติฐานที่ เมือง Bandiagara ในประเทศมาลี ที่พบพืชต่างถิ่นชนิดหนึ่ง ที่นักวิจัยเชื่อว่า คอยส่งน้ำเลี้ยงให้กับยุงที่เป็นพาหะของเชื้อมาลาเรีย
ดอกจากต้น Prosopis juliflora (วงศ์เดียวกับกระถินหางกระรอก) ไม้พุ่มขนาดกลาง พบขึ้นหนาแน่น กินพื้นที่หลายล้านเฮกเตอร์ในทวีปแอฟริกา ทั้งที่มันเป็นต้นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดมาจากทวีปอเมริกากลางและใต้ โดยต้นไม้ชนิดนี้ถูกนำเข้าไปในแอฟริกาในช่วงปลายทศวรรษที่ 1970 เพื่อแก้ปัญหาป่าไม้ที่ถูกโค่นทำลาย และเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับทะเลทราย
ผู้เชี่ยวชาญในประเทศมาลี ร่วมกับนักวิจัยจากโรงเรียนแพทย์ฮาดาสซาห์ แห่งมหาวิทยาลัยฮิบรู ในอิสราเอล และมหาวิทยาลัยเมน ในสหรัฐอเมริกา ได้จัดตั้งแปลงทดลอง เพื่อศึกษาดูว่า หากมีการตัดดอกของพืชดังกล่าว จะช่วยกำจัดหรือลดปริมาณยุงก้นปล่องจริงหรือไม่
ในการศึกษา นักวิจัยลงเก็บข้อมูลใน 9 หมู่บ้าน โดย 6 ใน 9 มี ต้นกระถินหางกระรอก ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมาก ขณะที่อีกสามหมู่บ้าน ไม่มีเลย
จากนั้นให้ สามในหกหมู่บ้านตัดดอกของต้นทีว่าออก จากนั้นก็ตั้งเครื่องดักแมงลง/ยุง ไว้รอบๆ หมู่บ้านเพื่อพิสูจน์ว่า การแต่งสวน ช่วยลดปริมาณแมลง ได้จริงหรือไม่
และแล้วผลที่ออกมาก็คือ หมู่บ้านที่ตัดดอกไม้ออกจากต้น พบว่ายุงที่ติดในที่ดักยุงมีจำนวนลดลง โดยประมาณการว่ายุงลดลงเกือบร้อยละ 60 หลังจากตัดดอกของต้นไม้ดังกล่าวออก
ที่สำคัญ จำนวนยุงตัวเมียลดลงเกือบจะใกล้เคียงกับที่มีการบันทึกไว้ในสามหมู่บ้านที่ไม่มีพุ่มไม้ดังกล่าวเลย อย่างไรก็ดี ถึงแม้จะไม่ได้หลักฐานบ่งชี้ตรงๆ แต่นักวิจัยก็เชื่อว่ายุงหายไปเพราะเกิดภาวะขาดแคลนอาหาร ซึ่งรายงานการศึกษานี้ตีพิมพ์ในวารสาร มาลาเรีย รีเสิร์ช ฉบับล่าสุด
ทั้งนี้ ศาสตราจารย์ Jo Lines ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมโรคมาลาเรียจากโรงเรียนการแพทย์ด้านสุขศาสตร์และเวชศาสตร์เขตร้อนในกรุงลอนดอน ระบุว่า แนวทางที่ศึกษานี้ มีศักยภาพที่น่าทึ่ง ควบคู่ไปกับยุทธศาสตร์อื่นๆ ในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อมาลาเรีย
“ดูเหมือนว่าการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์,โดยไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลงหรือพึ่งพายาใดๆ เราก็สามารถทำให้เกิดความแตกต่างได้” ศจ.โจ บอก แต่ก็ทิ้งท้ายไว้ว่า อย่างไรก็ตาม วิธีนี้อาจไม่ได้ผลดีนักในพื้นที่เขตร้อน อันเขียวขจีไปด้วยต้นไม้ที่ออกดอกสะพรั่ง เป็นไม้ดอกที่เกสรอุดมไปด้วยน้ำหวาน อันเป็นแหล่งพลังงานในการดำรงชีพของยุง.

