Featured StoriesnewsNorth regionroyal project

บทความพิเศษ เรื่อง ศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ กระจายความรู้สู่ชุมชน

นายสุริยะ วงศ์คำ เกษตรกร หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านโป่ง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เริ่มต้นทำเกษตรผสมผสานแบบอินทรีย์บนพื้นที่ 9 ไร่ในปี 2560 ปลูกข้าว เลี้ยงวัว ไก่ไข่ ทำประมงเลี้ยง ปลา กบ ปลูกไม้ผลทั้งมะพร้าว กล้วย ฝรั่งและผักเชียงดา ปลูกพืชผัก ได้แก่ ผักกาด ผักชี ผักบุ้ง แตงกวา มะเขือเทศ โดยขายผลผลิตที่บ้าน และมีแม่ค้ามารับซื้อไปขายตลาดในชุมชน ทำให้สุริยะและครอบครัวมีอาหารบริโภคแล้วยังได้รับรายได้รายวัน รายเดือน และรายปี ประมาณปีละ 200,000บาท

นายบุญฤทธิ์ ไชยยอง เกษตรกร หมู่ที่ 11 ตำบลหนองยวง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน เล่าว่าแต่เดิมพื้นที่เกษตรของตนเองเป็นที่นา แล้วเปลี่ยนมาเป็นเกษตรทฤษฎีใหม่ ปลูกพืชผัก ไม้ผล เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ฝรั่งพันธุ์กิมจู มะพร้าวน้ำหอมสมุทรสาคร  พร้อมกับเลี้ยงสัตว์ เช่น ไก่ หมูป่า ทำประมงเลี้ยงกบ ปลา หอยขม โดยเรียนรู้จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่

ต่อมาทั้งสองคนได้รับการคัดเลือกเป็นศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริ ทำให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ และแหล่งเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้กับชุมชน ขยายผลเป็นเครือข่ายของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

นอกจากสุริยะและบุญฤทธิ์แล้ว ยังมีเกษตรกรที่ได้รับมอบโล่เชิดชูเกียรติพร้อมเกียรติบัตร ศูนย์เรียนรู้ตามแนวพระราชดำริของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ประจำปี 2567 จากนางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการ กปร. จำนวน 80 แห่ง แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ ประชาชนทั่วไป จำนวน 43 แห่ง ภาครัฐ จำนวน 7 แห่ง สถานศึกษา จำนวน 27 แห่ง และชุมชน จำนวน 3 แห่ง

เวลากว่า ๔๐ ปี ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ดำเนินงานตามแนวทางการอนุรักษ์ดินและน้ำ การพัฒนาพื้นที่ป่าต้นน้ำ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร โดยมีพื้นที่โครงการฯ ประมาณ 8,500 ไร่ ซึ่งเดิมเคยเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม เกิดปัญหาการบุกรุกตัดไม้ทำลายป่า ทำให้เกิดสภาพแห้งแล้ง และเกิดไฟป่าจวบจนปัจจุบัน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ภาคเหนือ รวมถึงยังได้มีบทบาท ในการขยายเครือข่าย การพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ร่วมกับสำนักงาน กปร.

 

องค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริ ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร ได้พระราชทานให้กับปวงชนชาวไทย ได้ขยายวงกว้างออกไปสู่ชุมชนต่างๆทั่วประเทศ

 

องค์ความรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ได้ถูกสืบสานรักษาต่อยอดมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ราษฎรได้มีคลังอาหาร ที่สามารถสร้างเม็ดเงินสร้างรายได้ให้สามารถยังชีพได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน.

บทความโดย สุวินา เอี่ยมสุทธา