เปิดเวทีการจัดงาน VIV Asia2025อย่างเป็นทางการ
เมื่อวันที่ 15มกราคม2568 นางสาวปนัดดา ก๋งม้า รองผู้อำนวยการ ฝ่ายธุรกิจบริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค จำกัด และ นายเบอร์กิต ฮอน ผู้อำนวยการบริษัทวีเอ็นยู ยุโรป พร้อมด้วยนายภูริพันธ์ บุญนาค รองผู้อำนวยการอาวุโส สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ(องค์การมหาชน) ตัวแทนจากภาคอุตสาหกรรม อาทิ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมเมล็ดพันธุ์พืชภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิก , เลขาธิการสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย,อุปนายกสมาคมสัตว์แพทย์ควบคุมฟาร์มสุกรไทย ร่วมกันแถลงข่าวเปิดเวทีงานแสดงสินค้านานาชาติวิฟ เอเชีย 2025 (VIV Asia 2025)ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่12-14มีนาคม2568 ณ IMPACT เมืองทองธานี ครอบคลุมพื้นที่จัดงานทั้งชาเลนเจอร์ 1-3 และเอ็กซิบิชั่นส์ฮอลล์ 5-7 รวมกว่า 64,000ตารางเมตร
โดยนางสาวปนัดดา ก๋งม้า รองผู้อำนวยการ ฝ่ายธุรกิจบริษัท วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค จำกัด กล่าวว่าการจัดงาน VIV Asiaครั้งนี้ได้รวม3งานที่เกี่ยวเนื่องกัน คืองาน VIV Asia, Meat Pro Asia และ Horti Agri Next Asia 2025 เพื่อให้ผู้เข้าชมงานได้ประโยชน์อย่างครบถ้วน ทำให้พื้นที่การจัดงานครั้งนี้ครอบคลุมทั้ง2ฝั่งของอิมแพคเมืองทองธานี

ไฮไลท์การจัดงานครั้งนี้เน้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยนำเสนอผ่านหัวข้อการเสวนา อาทิ การก้าวทันโรคระบาด การจัดการโรคในกุ้ง การบริหารจัดการน้ำในสวนทุเรียน นอกจากนี้ งานVIV Asia ยังเป็นสังคมของการพบปะผู้ที่เกี่ยวข้องได้มาอัพเดทข่าวสาร โดยมีกิจกรรมร่วมกัน เช่น การแข่งขันกอล์ฟสำหรับผู้บริหาร, การทัวร์นำชมงาน5เส้นทางพร้อมล่ามแปลแบบเรียลไทม์ อีกทั้งมีรถบัสรับส่งฟรีจากสถานีMRTสายสีชมพูจากสถานีศรีรัชไปยังอิมแพคเมืองทองธานี โดยขอให้ผู้สนใจลงทะเบียนเข้าชมงานล่วงหน้า
โอกาสนี้ ตัวแทนภาคอุตสาหกรรมที่เข้าร่วมงาน ได้นำเสนอสิ่งที่แต่ละหน่วยงานจะนำมาเผยแพร่ในงาน VIV Asia ครั้งนี้ โดยคุณFrancine Sayoc, Executive Direcyor สมาคมเมล็ดพันธุ์พืชภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค กล่าวโดยสรุปว่า เมล็ดพันธุ์เป็นจุดเริ่มต้นของระบบอาหาร ที่จะสร้างโภชนาการให้กับโลก โดยจะมีผลสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมและโภชนาการของโลกนี้ ซึ่งในงานจะมีการเสวนาถึงเรื่องนี้
นายสุพล ธนูรักษ์ เลขาธิการสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย กล่าวว่าช่วงที่ผ่านมาการพืชสวนได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ โดยสมาคมได้ติดตามพบว่าช่วงเวลาการเติบโต การออกดอกติดผลได้สะท้อนว่าไม้ผลของไทยได้รับผลกระทบแล้ว ซึ่งนักวิชการเกษตรได้จับมือร่วมกันทั้งภาครัฐเอกชนและเกษตรกร และไปจับมือกับศาสตร์สาขาอื่น เช่น ภาคเทคโนโลยีจักรกลและความร่วมมือกับต่างชาติ ในการเข้ามาจัดการแก้ไข เช่น การเตือนจากจีนว่าผลไม้ไทยเริ่มมีสารแคดเมี่ยมตกค้าง และขอให้ไทยเลิกสนับสนุนให้มีการย้อมผลทุเรียน
นายทวีศักดิ์ วรรณาทิพยาภรณ์ กรรมการฝ่ายจัดแสดงสินค้าและนวัตกรรม สมาคมผู้ประกอบการระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ไทย กล่าวว่าจากที่เคยผลิตกุ้งเทปุระเพื่อการส่งออกปริมาณมาก ทำให้ผู้เลี้ยงเร่งผลิตกุ้งโดยไม่ได้พักบ่อจนเกิดโรคระบาด ส่งผลกระทบต่อการผลิตทั้งระบบ ทำให้โรงงานและสายการผลิตต่างๆต้องปิดตัวลง อุตสาหกรรมผลิตกุ้งของไทยจึงลดระดับความเป็นผู้นำลง ต่อมามีผู้คิดค้นเทคโนโลยีฆาเชื้อโรคกุ้งและบ่อเลี้ยงกุ้ง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบประสิทธิภาพ และจะมีการเผยแพร่ข้อมูลในวันที่12มีนาคมนี้ ภายในงาน VIV Asia 2025
ขณะที่นายปกรณ์ มาศผล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อิชิดะ (ประเทศไทย)จำกัด กล่าวว่าบริษัททำระบบบรรจุภัณฑ์ การตรวจสอบความปลอดภัยของอาหารก่อนออกไปสู่ลูกค้า ต้องคิดว่าวัตถุดิบจะต้องถูกลง แต่คุณค่าของอาหารที่นำเสนอออกไปต้องทรงคุณค่า การยกระดับคุณค่าของอาหารจึงเป็นสิ่งที่จะต้องมาหารือกันมนงานVIV Asiaครั้งนี้.

