บทความพิเศษ ตอน เล่าเรื่องเขื่อนขุนด่านปราการชลผ่านพิพิธภัณฑ์
โมเดลเขื่อนขุนด่านปราการชลขนาดใหญ่ ที่จัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก เป็นส่วนหนึ่งของการบอกเล่าที่มาของการก่อสร้างพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติแห่งนี้

“พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์” หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า พิพิธภัณฑ์เขื่อนขุนด่านปราการชล หรือพิพิธภัณฑ์เขื่อนคลองท่าด่าน โดยเกิดขึ้นจากพระราชดำริของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ที่พระราชทานให้กับ คุณหญิงจรัสศรี ทิปิรัช ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2538 สรุปได้ว่า “…ควรให้มีการสร้างพิพิธภัณฑ์เขื่อนคลองท่าด่านเพื่อเป็นประวัติของเขื่อน เคยเห็นพิพิธภัณฑ์ที่ฝรั่งเศสทำเรื่องประวัติของการสร้างสะพาน มีภาพต่าง ๆ ตั้งแต่การออกแบบประวัติการก่อสร้าง แม้แต่ภาพวาดของเด็กที่วาดสะพานนั้น รวมทั้งภาพวาดและภาพถ่ายของสะพานนั้นทั้งหมด…”

จากนั้นได้พระราชทานพระราชดำริให้กับจังหวัดนครนายก กรมชลประทาน กรมศิลปากร และสำนักงาน กปร. หลายครั้ง จนกระทั่ง วันที่ 17 มีนาคม 2564 สำนักพระราชวังได้มีหนังสือแจ้ง กรมศิลปากร ตามที่ได้ขอให้นำความกราบบังคมทูลทรงทราบฝ่าละอองพระบาท สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ขอพระราชทานชื่อพิพิธภัณฑสถานขุนด่านปราการชล นั้น ได้นำความกราบบังคมทูล ทรงทราบฝ่าละอองพระบาทแล้ว พระราชทานชื่อพิพิธภัณฑ์ดังกล่าวว่า “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ นครนายก พระบรมชนกชลพัฒน์”

นิทรรศการถาวรได้บอกเล่าประวัติการก่อสร้างเขื่อนขุนด่านปราการชล ซึ่งดำเนินงานตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยพระราชทานไว้เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2536 ให้ดำเนินโครงการพัฒนาลุ่มน้ำนครนายกตอนบน โดยให้กรมชลประทานพิจารณาวางโครงการก่อสร้างเขื่อนคลองท่าด่าน ที่บ้านท่าด่าน ตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในการเกษตรกรรม อุปโภค-บริโภค แก้ไขปัญหา ดินเปรี้ยว และช่วยบรรเทาอุทกภัยในเขตจังหวัดนครนายก

นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการบอกเล่าข้อมูลทางภูมิศาสตร์ ธรณีวิทยา ปฐพีวิทยา รวมถึงพืช และน้ำ อันเป็นลักษณะโดยทั่วไปของจังหวัดนครนายกตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

ขวานหิน และแวดินเผา ที่นำมาจัดแสดงในห้องนิทรรศการ เป็นโบราณวัตถุที่กรมศิลปากรขุดค้นพบระหว่างดำเนินงานก่อสร้างเขื่อน เป็นสิ่งที่บอกเล่าถึงการใช้พื้นที่แห่งนี้มาตั้งแต่ยุคทวารวดี โดยพบว่าบริเวณเมืองนครนายก มีแหล่งโบราณคดียุคสมัยทวารวดีตั้งอยู่บริเวณบ้านดงละคร อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก

นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์ยังได้นำตำนาน “เจ้าพ่อขุนด่าน” บุคคลที่ได้รับการยกย่องจากชาวเมืองนครนายก ถึงความปรีชาชาญในการสู้รบของนายหาญ บุตรขุนพิจิตรไพรสณฑ์ นายด่านหัวหน้าหมู่บ้านทางตะวันออก แขวงเมืองนครนายก ที่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น…“ขุนพิทักษ์ไพรวัน” แทนบิดาที่ถึงแก่กรรมในเวลาต่อมา ความเคารพต่อขุนด่านมีมาอย่างต่อเนื่อง แม้ขุนด่านจะเสียชีวิต แต่ชาวบ้านในพื้นที่ได้นำกระดูกและเถ้าธุลีของท่านไปบรรจุและก่อตั้งศาลไม้ขนาดเล็กไว้ที่ เขาชะโงก ตำบลพรหมณี อำเภอเมืองนครนายก แล้วยังนำหินภูเขาแถบนั้นมาแกะสลักเป็นรูปแทนร่างขุนด่านหาญเพื่อให้ผู้คนเคารพบูชา ตำนานเรื่องเล่ายังบอกถึงครั้งสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นได้เข้ามารื้อศาลขุนด่านหาญตรงเขาชะโงก ด้วยอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ขุนด่านได้แสดงตอบโต้ทหารญี่ปุ่นที่มาดูถูกดูแคลน โดยพบว่าทหารญี่ปุ่นได้พากันล้มตายอย่างไม่ทราบสาเหตุ

ทั้งนี้ พิพิธภัณฑ์ยังได้จัดกิจกรรมในโอกาสต่างๆ พบว่าตลอดปี 2567 มีจำนวนผู้เข้าชม 14,780 ราย โดยมีทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ นักเรียน และนักบวช

เรื่องราวของเขื่อนขุนด่านปราการชล ได้ถูกนำเสนออย่างละเอียดและดึงดูดให้ผู้คนเข้าชมได้อย่างไม่เบื่อ โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมได้ระหว่างวันพุธถึงวันอาทิตย์ เวลา 9.00-16.00 น.บริเวณด้านหน้าเขื่อนขุนด่านปราการชล ที่ตำบลหินตั้ง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก.
บทความโดย สุวินา เอี่ยมสุทธา
ขอบคุณภาพจากสำนักงาน กปร. กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร และเว็บไซต์ของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร(องค์การมหาชน)

