บทความเฉลิมพระเกียรติตอน สืบสานรักษาต่อยอด สร้างสุขให้ราษฎร
ความทุกข์ของราษฎรบรรเทาคลี่คลายลงได้ด้วย สายน้ำ พระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานพระราชดำริผ่านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมาตั้งแต่ครั้งยังดำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระยุพราช
พระราชปณิธาน “สืบสาน รักษา ต่อยอด” ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานไว้ เป็นปฐมบรมราชโองการในวันบรมราชาภิเษก ได้รับการสนองพระราชดำริโดยสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือ สำนักงาน กปร. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
5,201 คือตัวเลขจำนวนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งในช่วงต้นรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชประสงค์ให้เร่งผลักดันโครงการของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร โดยนางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการ กปร.เปิดเผยว่าจวบจนปัจจุบันยังคงมีโครงการที่อยู่ระหว่างการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่า และบางพื้นที่ราษฎรมีความคิดคัดค้านรวมทั้งสิ้น 41 โครงการ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งสร้างความเข้าใจให้กับราษฎรและองค์กรที่คัดค้าน เพื่อให้เห็นถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในภายภาคหน้า
ยุคสมัยที่ผันเปลี่ยน สภาพสิ่งแวดล้อมและความเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิต กอปรกับจำนวนราษฎรในแต่ละพื้นที่มากขึ้น การดำเนินโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จึงจำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาต่อยอด โดยเลขาธิการ กปร.เปิดเผยว่า สำนักงาน กปร. ร่วมกับสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติประเมินผลการดำเนินโครงการ พบว่า ผลการศึกษาและข้อเสนอแนะจากผลการศึกษาที่เกี่ยวข้อง คือ ควรให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงและต่อยอดโครงการอันเนื่องฯ ทุกประเภท ได้แก่ ด้านแหล่งน้ำ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านส่งเสริมอาชีพ และด้านบูรณาการ เพื่อสร้างประโยชน์ในด้านอื่นๆ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการสร้างรายได้ให้ประชาชนมีความกินดีอยู่ดีมากขึ้น ดังนั้น สำนักงาน กปร. จึงน้อมนำพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “สืบสาน รักษา ต่อยอด” มาทำการสืบสานคือการทำให้ต่อเนื่องต่อไป การรักษาคือการทำให้คงอยู่เหมือนเดิม ส่วนการต่อยอดคือทำยังไงให้ดีขึ้นกว่าเดิมและพิจารณหาแนวทางทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม
“มองว่าเราจะทำยังไงให้โครงการที่มีอยู่ 5,201 โครงการได้มีการต่อยอดและขับเคลื่อนต่อไป สำนักงาน กปร.จึงร่วมกับคณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ต่างๆลงพื้นที่ไปติดตามดูงานทั่วทุกภูมิภาค ขณะเดียวกันในพื้นที่ก็ได้ทำโครงการต่อยอดขึ้นมา โดยปี 2566 เราทำ 88 โครงการและตอนนี้จะทำอีกประมาณ 24 โครงการก็เป็นโครงการที่ทำไปในส่วนของสำนักงาน กปร. เองร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อยอดคือทำอย่างไรให้ชาวบ้านเกิดประโยชน์มากที่สุดรวมถึงธรรมชาติเกิดความสมดุลมากที่สุด นะคะ” เลขาธิการ กปร กล่าว
การต่อยอดงานพัฒนานั้น ยังคงมุ่งเน้นให้เหมาะกับสภาพภูมิสังคมและสภาพเศรษฐกิจ รวมทั้งเป็นไปตามความต้องการของราษฎรในแต่ละท้องถิ่น โดยเลขาธิการ กปร.เปิดเผยว่า เนื่องจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมีจำนวนมาก จึงร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจ เข้าสนับสนุนช่วยเหลือราษฎร ตามความต้องการของราษฎร
“เราไปดูว่าควรจะพัฒนาในเรื่องอะไรให้กับเขาต่อไปเช่นในพื้นที่ภาคใต้เหมาะกับการปลูกผลไม้ ก็ไปส่งเสริมให้เขาปลูกผลไม้ ถ้าพืชที่ไหนเหมาะกับการปลูกข้าวก็ส่งเสริมให้ปลูกข้าว รวมถึงการแปรรูปต่างๆ และ กปร.ก็ส่งเสริมสนับสนุนถึงขั้นการขอจดทะเบียน อย. หรือจดแจ้งเรื่องอาหารและยา รวมถึงจดแจ้งสถานที่ดำเนินการเรื่อง อย. ด้วยค่ะ”
พระราชปณิธานในการสืบสานรักษาต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ก่อเกิดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราษฎรคลายทุกข์ มีวิถีชีวิตที่มั่นคงและยั่งยืน เป็นแนวทางบำรุงสุขได้อย่างแท้จริง.
บทความโดย สุวินา เอี่ยมสุทธา

