จาก “ไถ่ชีวิต” สู่ “สร้างชีวิต” มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ต่อยอดโครงการฟาร์มกระบือสมัยใหม่ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ สร้างอนาคตเกษตรกรไทย
มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้ายกระดับโครงการ “มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมไถ่ชีวิตโค-กระบือถวายเป็ นพระราชกุศล” จากการช่วยเหลือระยะสั้น สู่การสร้างอาชีพและความมั่ นคงในระยะยาว ผ่าน โครงการฟาร์มกระบือสมัยใหม่ (Buffalo Modern Farm) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างมู ลนิธิเจริญโภคภัณฑ์และภาคีเครื อข่าย เพื่อเป็นทุนตั้งต้ นในการประกอบอาชีพ พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้ านการเลี้ยงกระบือเชิงธุรกิจ ครอบคลุมการบริหารจัดการฟาร์ม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการทำตลาดผ่านแพลตฟอร์ มออนไลน์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิ ตของเกษตรกร ควบคู่กับการอนุรักษ์และพั ฒนาสายพันธุ์กระบือพื้นเมื องไทยอย่างยั่งยืน
ล่าสุด มูลนิธิฯ จัดพิธีไถ่ชีวิตและมอบแม่กระบื อจำนวน 50 ตัว ให้แก่เกษตรกร 14 ครัวเรือนในโครงการฟาร์มกระบื อทันสมัยรุ่นที่ 7 พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้ านการจัดการฟาร์ม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการตลาดออนไลน์ เพื่อสร้างอาชีพที่เติบโตได้จริ ง โดยโครงการได้ขยายผลครอบคลุ มเกษตรกรใน 11 จังหวัด ได้แก่ บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี มุกดาหาร อำนาจเจริญ นครพนม บึงกาฬ หนองคาย เลย และสงขลา
โดยได้รับเกียรติจาก ว่าที่ร้ อยตรี รวยรุ่ง ใครบุตร รองผู้ว่าราชการจังหวั ดนครพนม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายสารกิจ ถวิลประวัติ รองประธานโครงการมู ลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมไถ่ชีวิตโค-กระบือถวายเป็ นพระราชกุศล ดร.สวัสดิ์ ธรรมบุตร รองประธานโครงการฯ นาย สุปรี เบ้าสิงห์สวย ที่ปรึ กษาโครงการฯ นายสัตวแพทย์ธีร์ พูดเพราะ ปศุสัตว์จังหวัดนครพนม ผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้บริจาค และประชาชน ร่วมเป็นสักขีพยานอย่างพร้ อมเพรียง ณ โรงแรมเจบีเพลส อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม
ตลอดระยะเวลากว่า 24 ปี มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ได้พั ฒนาโครงการจากการมอบโค-กระบื อเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร สู่การสร้าง ระบบนิเวศการเลี้ยงกระบื อครบวงจร ครอบคลุมการพัฒนาพันธุ์ การจัดการฟาร์ม การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการเชื่อมโยงตลาด เพื่อให้เกษตรกรสามารถพึ่ งพาตนเองและเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมวางรากฐานการยกระดับกระบื อไทยสู่การผลิตเชิงธุรกิจที่มี ศักยภาพแข่งขันได้
หัวใจสำคัญของโครงการ คือการยกระดับการเลี้ยงกระบื อแบบดั้งเดิมสู่ ฟาร์มกระบือสมั ยใหม่ ที่นำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และข้อมูลมาใช้ในการบริหารจั ดการฟาร์มอย่างมีประสิทธิภาพ เกษตรกรจะได้รับการอบรมเข้มข้ นตลอดหลักสูตร 3 วัน ครอบคลุมทั้งการจัดการฟาร์ม การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากมูลสัตว์ ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการทำตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อเพิ่มรายได้ ลดต้นทุนการผลิต และสร้างอาชีพที่มั่นคง พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิ ตของเกษตรกรในระยะยาว
นายสุพชัย ปัญญาเอก ผู้จัดการโครงการฟาร์ปัจจุบันโครงการก้าวเข้าสู่ ระยะที่ 3 โดยปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับวิถี ชีวิตของเกษตรกรไทยที่มีพื้นที่ เฉลี่ย 10-15 ไร่ ลดจำนวนกระบือให้สอดคล้องกั บกำลังแรงงานในครัวเรือน เพื่อให้สามารถเลี้ยงควบคู่กั บอาชีพหลักได้อย่างมีประสิทธิ ภาพ และเกิดความยั่งยืนในระยะยาว

นอกจากนี้โครงการยังมุ่งอนุรั กษ์และพัฒนาพันธุกรรมกระบือปลั กไทย โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลั ยเกษตรศาสตร์ คัดเลือกสายพันธุ์ที่มีศั กยภาพในการเจริญเติบโต ถ่ายทอดลักษณะเด่นสู่รุ่นลูก พร้อมดูแลสมาชิกอย่างใกล้ชิดผ่ านทีมสัตวบาลและนักวิชาการ ทั้งด้านการผสมพันธุ์ การดูแลสุขภาพสัตว์ และการจัดการฟาร์ม รวมถึงรับซื้อลูกกระบือเพศเมี ยกลับเข้าสู่โครงการเพื่อนำไปส่ งต่อให้สมาชิกใหม่ สร้างวงจรการพัฒนาพันธุ กรรมและรายได้ที่เติบโตอย่างต่ อเนื่อง

นางไพรรินทร์ รัตนะดี อดีตพนักงานขับรถบรรทุก หนึ่งในผู้ได้รับมอบกระบื อจากโครงการในครั้งนี้ กล่าวว่า ได้ตัดสินใจกลับบ้านเกิดจังหวั ดบุรีรัมย์ เพื่อดูแลครอบครัวและสานต่ออาชี พเลี้ยงกระบือที่สืบทอดกั นมาหลายชั่วอายุคน การเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้จึ งเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้ต่ อยอดจากประสบการณ์เดิม ด้วยการนำกระบือสายพันธุ์ที่มี คุณภาพมาพัฒนาเป็นพ่อแม่พันธุ์ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับฝูงกระบื อของครอบครัว
ด้าน นายวิรุฬห์ อนุพันธ์ อดีตพนักงานโรงงานในย่
โครงการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมไถ่ชีวิตโค-กระบือถวายเป็
ในช่วง 10 ปีแรก โครงการมอบโค-กระบือให้ เกษตรกรครอบครัวละ 1 ตัว ก่อนจะยกระดับสู่ โครงการฟาร์มกระบือทันสมัย ตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา โดยมอบกระบือแม่พันธุ์สุขภาพดี ที่ได้รับการไถ่ชีวิตให้ เกษตรกรครัวเรือนละ 8 ตัว หรือตามศักยภาพและความพร้ อมของแต่ละครัวเรือน ควบคู่กับการถ่ายทอดองค์ความรู้ ด้านการเลี้ยงกระบือเชิงธุรกิจ การบริหารจัดการฟาร์ม และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อให้เกษตรกรสามารถสร้างอาชี พ สร้างรายได้ และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
นอกจากการยกระดับอาชี พของเกษตรกรแล้ว โครงการยังให้ความสำคัญกั บการอนุรักษ์และพัฒนาสายพันธุ์ กระบือไทย โดยจัดทำฐานข้อมูลประวัติกระบื อทุกตัวเพื่อนำไปสู่การพัฒนาปรั บปรุงพันธุ์อย่างเป็นระบบ มุ่งยกระดับคุณภาพกระบือพื้นเมื องไทย และวางรากฐานสู่การเป็นศูนย์ กลางการพัฒนากระบือพื้นเมื องของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉี ยงใต้ในอนาคต

ภายในงานยังมีการเปิดตัว “ตลาดผลิตภัณฑ์ชุมชนออนไลน์ BMF” แพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้ าของเกษตรกรสมาชิกโครงการ ที่รวบรวมผลิตภัณฑ์จากฟาร์ม BMF และสินค้าท้องถิ่นมาจำหน่ายผ่ านช่องทางออนไลน์ พร้อมจัดแสดงผลิตภัณฑ์และถ่ ายทอดองค์ความรู้ด้านการสร้างมู ลค่าเพิ่ม การทำตลาดออนไลน์ และการแปรรูปมูลสัตว์เป็นปุ๋ยอิ นทรีย์ เพื่อเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ ลดต้นทุนการผลิต และต่อยอดเศรษฐกิจชุมชนให้เติ บโตอย่างยั่งยืน
จากจุดเริ่มต้นของการ “ไถ่ชีวิต” วันนี้ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ได้ต่ อยอดสู่การ “สร้างชีวิต” ด้วยการสร้างองค์ความรู้ สร้างอาชีพ และสร้างโอกาสให้ เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่ างยั่งยืน พร้อมยกระดับกระบือไทยให้เป็นทุ นทางเศรษฐกิจของชุ มชนและกลไกสำคัญในการขับเคลื่ อนเศรษฐกิจฐานราก สะท้อนเจตนารมณ์ของมูลนิธิในการ สร้างคน สร้างโอกาส และสร้างความยั่งยืนให้สังคมไทย ผ่านการพัฒนาที่ลงลึกถึงต้ นทางของคุณภาพชีวิต

