NEA ชี้ 6 กลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพ มาแรงปี 61ผุด 5 หลักสูตรสุดปัง เตรียมปักธงปั้นผู้ประกอบการกว่า 1 แสนราย
(กทม.23 มี.ค.2561) นายพรวิช ศิลาอ่อน ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) เปิดเผยว่า ในช่วงระยะปี 2559 – 2560 ที่ผ่านมา มีกลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพไทยที่สามารถประกอบธุรกิจได้จริงแล้วกว่า 1,500 ราย หรือเพิ่มขึ้นกว่า 80 % จากปีก่อน และมีมูลค่าทรัพย์สินในตลาดรวมกว่า 1.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 53,000 ล้านบาท (ที่มา:สมาคม Thai Tech Startup) และสำหรับในปี 2561 ยังพบอีกว่า การเกิดขึ้นของสตาร์ทอัพยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตมากขึ้น โดยมีกลุ่มที่น่าจับตา ได้แก่
อย่างไรก็ดี ในปี 2561 นี้ NEA ได้มุ่งเน้นในการเร่งส่งเสริม การสร้างกลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพ กลุ่มธุรกิจเริ่มต้น ตลอดจนผู้ประกอบการในทุกระดับ ให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนากิจกรรมและโครงการฝึกอบบรมภายใต้กรอบเนื้อหาใน 5 หลักสูตร รวมกว่า 150 กิจกรรม อันประกอบไปด้วย หลักสูตร New Economy Amplifier ซึ่งเป็นหลักสูตร เตรียมความพร้อมในการเป็นพี่เลี้ยงให้กับผู้ประกอบการในด้านการดำเนินธุรกิจและการค้ายุคใหม่พร้อมกระจายองค์ความรู้ไปยังทุกพื้นที่ของประเทศได้อย่างทั่วถึง หลักสูตร New Economy Foundation หลักสูตรที่จะเตรียมพร้อมให้กับผู้ประกอบการมือใหม่ โดยจะส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพให้ผู้ประกอบการเข้าถึงตลาดต่างประเทศและการทำธุรกิจต่อยอดสู่การค้าแบบ E-Commerce อย่างมีประสิทธิภาพเหมาะสมกับผู้ประกอบการขนาดเล็กที่เตรียมเติบโตในตลาดโลก หลักสูตร New Economy Driver หลักสูตรขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ เพื่อพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ รวมไปถึง หลักสูตร New Economy Connector หลักสูตรสร้างเครือข่ายการค้าสำหรับผู้บริหาร ซึ่งจะสร้างเวทีเครือข่ายและแลกเปลี่ยนแนวคิดระหว่างบุคลากรชั้นนำทั้งภาครัฐ และเอกชนตามความเหมาะสมในแต่ละกลุ่มภูมิภาค และ หลักสูตร IT 4 SME (E-Business) หลักสูตรสำคัญในยุคที่ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจโดยหลักสูตรจะส่งเสริมสร้างองค์ความรู้ด้าน IT ให้กับผู้ประกอบการ SME ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ด้วยทักษะด้าน E-Business รวมไปถึงความเข้าใจในธุรกิจ และกระบวนการต่างๆ ซึ่งทั้ง 5 หลักสูตรตั้งเป้าไว้ว่าจะผลักดันให้ผู้ประกอบการ และผู้มีความต้องการดำเนินธุรกิจใหม่เข้าร่วมกิจกรรมให้ได้มากกว่า 100,000 ราย “ล่าสุด NEA สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจในการบ่มเพาะและให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการจึงได้ทำความตกลงร่วมกับ KX Consulting Enterprise (Knowledge Exchange) ซึ่งเป็นหน่วยงานภาคการศึกษา ภายใต้การบริหารงานของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (บางมด) ซึ่งมีเป้าหมายในการนำความรู้และนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยไปใช้จริงในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งการทำความตกลงร่วมกันครั้งนี้นับเป็นนิมิตหมายที่ NEA และ KX จะรวมการสร้างระบบนิเวศ(Eco-System) เพื่อสร้างผู้ประกอบการสตาร์ทอัพสัญชาติไทย “นายพรวิช กล่าวสรุป สำหรับผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจรายละเอียด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โทรศัพท์ 02 507 7999 หรือ www.nea.ditp.go.th , facebook.com/nea.ditp |




