newsNortheast regionroyal project

องคมนตรี สนองรับสั่ง ร.10 ติดตามการดำเนินงานโครงการพระราชดำริ สกลนคร-นครพนม

นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมคณะอนุกรรมการฯ เดินทางไปติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลธาตุพนม อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม และแปลงเกษตรของนางนภาพร วงศ์ศรีชา เกษตรกรในพื้นที่รับประโยชน์ของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม ระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-1มิ.ย.2561

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2535 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชดำริให้พิจารณาวางโครงการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำฯ จังหวัดสกลนครและจังหวัดนครพนม เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรบริเวณสองฝั่งของลำน้ำก่ำที่ประสบปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ทำการเกษตรในช่วงฤดูฝน และขาดแคลนน้ำใช้สำหรับทำการเกษตรในช่วงฤดูแล้ง โดยทรงร่างรูปแบบการพัฒนาแหล่งน้ำเป็นภาพลายพระหัตถ์เรียกว่า “ตัวยึกยือ” ประกอบด้วย ส่วนหัว หมายถึง หนองหาน ซึ่งเป็นหนองน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ ต้นกำเนิดของลำน้ำก่ำส่วนกระดูกสันหลัง หมายถึง ลำน้ำก่ำ ข้อที่เป็นปล้องๆ หมายถึง อาคารบังคับน้ำ ขอบลำตัวเปรียบเสมือนคลองระบายน้ำ ที่ขนาบไปกับลำน้ำก่ำ และส่วนหางคือ แม่น้ำโขง

ต่อมาเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2542 ได้พระราชทานพระราชดำริเพิ่มเติมให้พิจารณาดำเนินการก่อสร้างประตูระบายน้ำเล็กๆ โดยลดขนาดความสูงเพื่อกักเก็บน้ำให้ราษฎรทั้งสองฝั่งลำน้ำสูบน้ำจากลำน้ำก่ำตอนล่าง ไปใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพได้อย่างสมบูรณ์ กรมชลประทานจึงได้ดำเนินการสนองพระราชดำริ ดังนี้เยี่ยมความเป็นอยู่ราษฎร

จากนั้นเวลา 13.30 น. องคมนตรี และคณะฯ ได้เดินทางไปยังแปลงเกษตรของนางนภาพร วงศ์ศรีชา เกษตรต้นแบบตามแนวพระราชดำริ ด้านเกษตรผสมผสานในพื้นที่ขยายผลของศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร และได้รับประโยชน์จากโครงการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมีสถานีสูบน้ำบ้านนาคู่สูบน้ำจากลำน้ำก่ำเข้าสู่ระบบคลองส่งน้ำเพื่อสนับสนุนพื้นที่เกษตรโดยรอบ เดิมนางนภาพร มีอาชีพทำนาเป็นหลัก และรับจ้างทั่วไป ฐานะยากจน มีรายได้เพียงปีละ 3,000 บาท จนกระทั่งปี 2538 ได้มีโอกาสเข้าอบรมเกี่ยวกับการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นางนภาพร จึงวางแผนลงมือทำร่วมกับครอบครัว จากการมีที่นา 5 ไร่ ได้พัฒนาที่ดินจากการต่อยอดเป็น 12 ไร่ ปรับพื้นที่นาเป็นพื้นที่การเกษตรแบบผสมผสานโดยปลูกพืชและทำบ่อเลี้ยงปลา 5 บ่อ ทำนา 3 ไร่ อีก 9 ไร่ นำมาแบ่งส่วนปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ อาทิ มะม่วง มะขามหวานกระท้อน ลำไย กล้วย พืชผักต่างๆ และเลี้ยงสุกรพันธุ์ภูพาน 1 พันธุ์ภูพาน 2 ไก่ดำ และเลี้ยงปลา นอกจากนี้ยังนำมูลสัตว์และเศษซากพืช มาทำปุ๋ยเพื่อใช้ในแปลงเกษตรของตนเอง จากการดำเนินชีวิตโดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติ ทำให้นางนภาพร มีกินมีใช้และมีอาชีพมั่นคงสามารถพึ่งตนเองได้ จนมีรายได้เฉลี่ย 10,000 – 20,000 บาท ต่อเดือน

ปรับปรุงอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นฯ

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี พร้อมคณะอนุกรรมการฯ ไปติดตามการดำเนินงานโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลพังขว้าง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนเซินกา เมื่อปี 2560 ที่ผ่านมาส่งผลให้อ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้น ที่ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2496 โดยโครงการชลประทานสกลนคร ชำรุดเสียหาย มีปริมาณน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนประชาชนและพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหาย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ส่วนราชการรีบดำเนินแก้ไขปรับปรุงอ่างเก็บห้วยทรายขมิ้นขณะนั้น และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ 12 ส.ค.2560 เบื้องต้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ซ่อมแซมทำนบดินที่เสียหาย เสร็จภายในเวลา 20 วัน พร้อมกับปลูกหญ้าแฝกบริเวณขอบอ่างเก็บน้ำด้านบน ตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อป้องกันการพังทลายของดินและป้องกันตะกอนดินไหลลงอ่าง พร้อมกับจัดฝึกอบรมอาชีพในระยะสั้นให้กับราษฎรที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้

กระทั่งเมื่อวันที่ 16 ก.พ.กรมชลประทานได้รับจัดสรรงบประมาณจากสำนักงาน กปร.มาก่อสร้างปรับปรุงอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขมิ้นฯ ให้มีความมั่นคงแข็งแรง โดยจะก่อสร้างทำนบดินใหม่ที่มีขนาดความกว้าง 8 เมตร ยาว 1,300 เมตร สูงสุด 10 เมตร ความจุที่ระดับเก็บกักประมาณ 3,000,000 ลูกบาศก์เมตร พร้อมอาคารระบายน้ำล้นและอาคารส่งน้ำ ซึ่งปัจจุบันดำเนินการไปแล้วร้อยละ 67

จากนั้นในช่วงบ่าย องคมนตรี พร้อมคณะฯ เดินทางไปยัง ประตูระบายน้ำสุรัสวดี ตำบลนาตงวัฒนา อำเภอโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร พร้อมกับรับฟังบรรยายสรุปการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการทำประมงในพื้นที่หนองหาร เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจ