newsNortheast regionroyal project

กระต่ายดำภูพาน แหล่งโปรตีนชนิดใหม่

กระต่ายดำภูพาน สัตว์เศรษฐกิจที่มีสีดำชนิดใหม่ นอกเหนือไปจาก3ดำภูพาน คือวัวดำ ไก่ดำและหมูดำ ซึ่งงานศึกษาและพัฒนาด้านปศุสัตว์ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ทำการวิจัย จนประสบผลสำเร็จ ได้สัตว์เศรษฐกิจชนิดใหม่ที่มีเอกลักษณ์ เกษตรกรและผู้ที่สนใจสามารถเลี้ยงเพื่อการบริโภคและการค้าได้

นายสัตวแพทย์วิศุทธิ์ เอื้อกิ่งเพชร หัวหน้างานศึกษาและพัฒนาด้านปศุสัตว์ เปิดเผยว่าจากจุดเริ่มต้นที่มีชาวบ้านในพื้นที่รอบ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นำกระต่ายมามอบให้เพราะเลี้ยงไม่ไหวจึงทดลองเลี้ยงในครั้งแรก และทดลองชิมพบว่ารสชาติดี จากนั้นได้รับข้อมูลว่าทางภาคเหนือมีการค้าขายกระต่ายอยู่ในตลาดของป่า มีราคาสูงถึงตัวละ 500-1,000บาท จึงเริ่มต้นศึกษาวิจัยกระต่ายอย่างจริงจังเพื่อทำให้กระต่ายเป็นสัตว์เศรษฐกิจและเป็นแหล่งโปรตีนที่หาง่าย

ในโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายรายงานแด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสเสด็จพระราชดำริเนินทรงเปิดงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2563 เกี่ยวกับ 3ดำภูพาน คือ วัวดำ ไก่ดำ และหมูดำ และยังได้ถวายรายงานความคืบหน้าเรื่องงานวิจัยกระต่ายดำ

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีรับสั่งว่า “…เมื่อก่อนเคยเห็นว่ามีการส่งเสริม แต่เกษตรกรไม่ค่อยสนใจนัก ตอนนี้อาจเปลี่ยนไปแล้ว …” นายสัตวแพทย์วิศุทธิ์ ยังได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต นำพันธุ์กระต่ายที่ผลิตได้ออกส่งเสริมให้เกษตรกร กลุ่มเกษตรกรที่สนใจ และโรงเรียนที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารห่างไกล เพื่อให้เป็นแหล่งอาหารโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ในการนี้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีรับสั่งว่า “…ให้ลองหารือกับส่วนตำรวจตระเวนชายแดนด้วย..”

ในโอกาสที่นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานกรรมการบริหารโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นประธานพิธีเปิดงาน “38 ปี ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ สืบสาน รักษา ต่อยอด เพื่อพัฒนาชีวิตที่ยั่งยืน” ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลห้วยยาง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ได้มอบกระต่ายดำภูพานเป็นกระต่ายแม่พันธุ์2ตัวและพ่อพันธุ์1ตัว ให้กับเกษตรกร 3ราย เพื่อเป็นต้นทุนในการผลิตเผยแพร่กระต่ายดำให้เป็นแหล่งโปรตีนชนิดใหม่ นำไปสู่การพัฒนาด้านการค้าต่อไป

โดยนายไพโรจน์ นาคแก้ว เกษตรกร ตำบลหนองสูงใต้ อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร หนึ่งในเกษตรกรที่เข้ารับพ่อแม่พันธุ์กระต่ายครั้งนี้ เปิดเผยว่า ปัจจุบันเลี้ยงกระต่ายพันธุ์ไทยเป็นรายได้เสริมอยู่ โดยขายให้เกษตรกรในรูปกระต่ายพันธุ์ราคาตัวละ 100บาท เมื่อทราบจากทางโลกโซเชี่ยลว่าทางศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริมีการแจกกระต่ายแม่พันธุ์พ่อพันธุ์ ซึ่งมีคุณสมบัติดีคือให้เนื้อและน้ำหนักมาก จึงติดต่อเข้ารับเพื่อนำไปเพาะพันธุ์จำหน่ายในพื้นที่อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร ที่กำลังนิยมเลี้ยงกระต่าย โดยตั้งใจว่ากระต่ายดำภูพานที่ได้รับครั้งนี้เมื่อทำการขยายพันธุ์แล้วจะนำมาบริโภคและจำหน่ายเป็นกระต่ายพันธุ์ให้กับผู้ที่ต้องการต่อไป

การพัฒนากระต่ายดำภูพานซึ่งมีรสชาติดีและให้ปริมาณเนื้อมาก เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยให้ประชาชนในถิ่นทุรกันดาร เข้าถึงแหล่งโปรตีนอย่างไม่มีต้นทุน ช่วยบรรเทาปัญหาขาดแคลนโภชนาการ ทำให้คนไทยมีสุขภาพดีอย่างเท่าเทียมกัน.