Agriculture Newsnews

“ปศุสัตว์” ยืนยันไม่พบสัตว์ป่วย-ตายจากแอนแทรกซ์ในหนองบัวลำภู

อธิบดี​กรม​ปศุสัตว์เผย​ ผลตรวจจากแล็บยืนยันไม่พบเชื้อโรคแอนแทรก​ซ์​จากตัวอย่าง​โค-กระบือ​ใน​จังหวัด​มุกดาหาร​ อีก​ทั้ง​สัตว​แพทย์​ไม่พบสัตว์ในพื้นที่​ป่วยหรือตายจากโรคใดๆ​ ล่าสุด​มีหนังสือ​จาก​ทางการ​ลาวผ่อนปรน​ การนำเข้า​สัตว์​จากไทยเนื่อง​จาก​เห็นว่า  สถานการณ์​โรคแอนแทรก​ซ์​คลี่คลาย​ซึ่ง​รายงานรมว.​ เกษตรฯ แล้ว

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า จากกรณีพบผู้ป่วยมีตุ่มพองตามร่างกายในพื้นที่อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู โดยยังไม่ทราบสาเหตุ ทางกรมปศุสัตว์ได้รับรายงานจากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดหนองบัวลำภูว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบในหมู่บ้านซับภูเก้า หมู่ที่ 13 ตำบลหนองเรือ ซึ่งมีโคประมาณ 60–70 ตัว และกระบือประมาณ 20 ตัว                โดยสัตวแพทย์ตรวจสอบแล้วไม่พบสัตว์ป่วยหรือตายจากโรคใด ๆ

ทั้งนี้​เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างเลือดและมูลของโคที่อยู่ร่วมฝูงกับโคที่ถูกนำไปชำแหละ รวมถึงตัวอย่างดินจากคอกเลี้ยงและบริเวณชำแหละซาก และซากเศษเนื้อหรือชิ้นส่วนวัวที่ยังหลงเหลือ ส่งตรวจที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดขอนแก่น ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการเบื้องต้นยืนยันว่า ไม่พบเชื้อแบคทีเรีย Bacillus anthracis สาเหตุของโรค                แอนแทรกซ์ และไม่พบเชื้อโรคติดต่ออื่นใดด้วย

อธิบดีกรมปศุสัตว์ยังรายงานให้ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทราบถึงความคืบหน้าในอีกด้านหนึ่งว่า กระทรวงเกษตร กสิกรรมและป่าไม้ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้มีหนังสือลงวันที่                    30 พฤษภาคม 2568 ผ่อนปรนมาตรการนำเข้าและขนส่งสัตว์จากประเทศไทยอีกครั้ง หลังสถานการณ์โรคแอนแทรกซ์ในจังหวัดมุกดาหารคลี่คลาย

ตามหนังสือดังกล่าว สปป.ลาวอนุญาตให้นำเข้าโค กระบือ ม้า หมู แกะ และแพะจากพื้นที่ปลอดโรค โดยสัตว์ทุกตัว                ต้องได้รับวัคซีนป้องกันแอนแทรกซ์อย่างน้อย 20 วันก่อนนำเข้า ขณะเดียวกัน ยังคงระงับการนำเข้าและนำผ่านสัตว์หรือผลิตภัณฑ์จากจังหวัดมุกดาหาร หรือที่ขนส่งผ่านมุกดาหารเข้าสู่ลาวต่อไปอีก 30 วัน และกำหนดให้สัตว์ที่นำเข้าต้องผ่านการกักแยกอย่างน้อย             21 วัน ก่อนนำเข้าฝูง หากเป็นการส่งต่อไปยังประเทศที่สาม ต้องไม่มีการหยุดพักหรือเปลี่ยนพาหนะภายใน สปป.​ ลาว

กรมปศุสัตว์ยืนยันว่า​ จะยังคงเฝ้าระวังโรคในสัตว์อย่างเข้มงวด พร้อมประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน                 อย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาความปลอดภัยด้านสุขภาพสัตว์ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบบปศุสัตว์ของไทยต่อไป.