สุขจากการพัฒนา ตอน สายน้ำพระทัยสร้างสุขให้ชาวนครศรีธรรมราช
ผลผลิตทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นข้าว พืชผัก หรือการแปรรูปผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ เช่น กรือโป๊ะหรือข้าวเกรียบปลา กุ้งปลาหมึกสามรส น้ำพริก
เหล่านี้ล้วนแสดงถึงผลสำเร็จของโครงการขุดคลองระบายน้ำชะอวด-แพรกเมือง พร้อมประตูระบายน้ำและคันกั้นทราย (โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง) ที่ทำให้ราษฎรในพื้นที่สามารถใช้ประโยชน์จากน้ำทั้งต้นน้ำและปลายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นางสาววนิศรา ภัทรพงศ์พันธ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปอาหารทะเลบ้านแพรกเมือง ตำบลหน้าสตน อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช เล่าว่าการรวมตัวของชาวตำบลหน้าสตนเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปอาหารทะเลบ้านแพรกเมืองก็เพราะต้องการช่วยให้กลุ่มประมงพื้นบ้านมีรายได้ โดยรวมตัวกันในปี 2564 มีสมาชิก 38 คน ช่วยกันแปรรูปผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำในรูปแบบต่างๆ เช่น กะปิ น้ำพริก กรือโป๊ะ ปลาเส้น จำหน่ายที่กลุ่ม ออกบูทและช่องทางออนไลน์ เป็นการสร้างรายได้เสริมให้กับชุมชน โดยสมาชิกจะได้รับผลกำไรปีละ 2 ครั้ง จำนวน 4-5พันบาท ซึ่งผลจากความร่วมมือร่วมใจของชุมชนทำให้ในปี 2568 นี้ได้รับรางวัลสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ กลุ่มเกษตรกรแปรรูปสัตว์น้ำ ปี 2568″
โครงการขุดคลองระบายน้ำชะอวด-แพรกเมือง พร้อมประตูระบายน้ำและคันกั้นทราย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้สร้างประโยชน์ให้กับราษฎรทั้งต้นน้ำและปลายน้ำในพื้นที 97,000 ไร่ ในอำเภอหัวไทรและอำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยพื้นที่ต้นน้ำเป็นพื้นที่นาข้าว พืชผักและสวนปาล์มน้ำมัน ทำให้มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี ส่วนปลายน้ำเป็นพื้นที่น้ำกร่อยและน้ำเค็ม ที่ได้รับประโยชน์จากการเป็นแหล่งเพาะเลี้ยง และอนุบาลสัตว์น้ำ ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านสามารถทำกินได้จากทรัพยากรสัตว์น้ำที่อุดมสมบูรณ์มากขึ้น

นายเสทือน ถาวรนุรักษ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแหลม ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดการชลประทาน ประตูระบายน้ำคลองชะอวด-แพรกเมือง เล่าว่า คณะกรรมการเป็นตัวแทนที่มาจากการคัดเลือกของสมาชิกกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทาน ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนหน่วยราชการและผู้แทนกรมชลประทาน มีหน้าที่ในการบริหารจัดการน้ำ วางแผนและจัดสรรการใช้น้ำอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง สอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำของพื้นที่เกษตรกรรมที่มีความหลากหลาย โดยพื้นที่อำเภอหัวไทรและอำเภอชะอวด มีพื้นที่สูงต่ำสลับกันทำให้มีการทำเกษตรกรรมที่แตกต่าง คือ พื้นที่นาต้องการน้ำปริมาณมากและสม่ำเสมอ สวนปาล์มน้ำมันต้องการน้ำน้อยและต่อเนื่อง คณะกรรมการจึงมีบทบาทสำคัญในการวางแผนปิดเปิดน้ำอย่างเหมาะสม ลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจร่วมกัน
เหล่านี้เป็นผลสำเร็จจากการดำเนินงานสนองแนวพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาน้ำ ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง เพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521 โดยเริ่มต้นโครงการนี้ด้วยการขุดคลองชะอวด-แพรกเมือง เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2539 และแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2548
ทั้งนี้กรมชลประทานมีแผนงานที่จะต่อยอดการพัฒนาโดยจะร่วมกับองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นจัดตั้งกลุ่มบริหารจัดการน้ำและก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ให้ครอบคลุมตามความเหมาะสมของพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการสูบน้ำเพื่อการเกษตรกรรมของราษฎรในพื้นที่ และกรมชลประทานมีแผนดำเนินการก่อสร้างสถานีสูบน้ำ บริเวณประตูระบายน้ำคลองชะอวด-แพรกเมือง ในปีงบประมาณ 2570 – 2571 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ เร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลในช่วงฤดูน้ำหลากให้กับพื้นที่ อำเภอชะอวด อำเภอหัวไทร และอำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมด้านวิศวกรรม

พระปรีชาญานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานแนวทางแก้ปัญหาน้ำให้ชาวนครศรีธรรมราช ได้ประสบผลอย่างเป็นรูปธรรม ที่จะต้องดำเนินการพัฒนาต่อยอดออกไปให้เท่าทันต่อสถานการณ์ในอนาคต และสร้างความมั่นคงในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน.
บทความและภาพโดย สุวินา เอี่ยมสุทธา

