สุขจากการพัฒนา ตอน เปลี่ยนปาล์มน้ำมันเป็นนาข้าวสร้างสุขให้ชาวปลายพระยา

ผืนนาเลียบลำคลองชลประทานเนื้อที่ 1 ไร่ 3 งาน เป็นของนายธเนศ บุษย์เพชร ชาวตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ ที่เข้าร่วมโครงการปลูกข้าวเพื่อบริโภคครบวงจรในเขตนิคมสหกรณ์อ่าวลึกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยปลูกข้าวพันธุ์ กข.109 และปทุมธานี 1 ช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน 2567 เก็บเกี่ยวเดือนมกราคม 2568 ได้ผลผลิต 420กิโลกรัม

โดยธเนศเล่าว่า ได้ทราบข้อมูลโครงการว่าจะได้รับทุนในการเปลี่ยนปาล์มน้ำมันมาเป็นนาข้าวโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย จึงแบ่งพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันที่อยู่เลียบคลองชลประทานเนื้อที่ 1 ไร่ 3 งานเข้าร่วมโครงการ
“ปาล์มน้ำมันบริเวณนี้มีอายุเกือบ 40 ปีแล้ว เป็นต้นปาล์มที่ปูย่าปลูกไว้ในช่วงที่ปาล์มน้ำมันกำลังบูม ถึงเวลาที่ควรจะโค่นทิ้ง”
“ได้ผลผลิตข้าว 420 กิโลกรัม เอาไว้บริโภคในครัวเรือน และแจกผู้สูงอายุที่อยู่ใกล้บ้าน ขณะนี้ยังคงมีข้าวเหลืออยู่ และคิดว่าจะพอเพียงที่ครอบครัวของตนที่มีสมาชิก 4 คนบริโภคได้ตลอดทั้งปี โดยไม่ต้องไปซื้อข้าวจากใน 7-11 ที่ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 50บาท” นายธเนศกล่าว
ทางด้านนายเสน่ห์ เจียบบุตร ประธานกลุ่มผู้ทำนาในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ เปิดเผยว่า สมาชิกกลุ่มผู้ทำนาสมัยใหม่ส่วนใหญ่ต้องการทำนาเพื่อจะได้มีข้าวปลอดสารเคมีบริโภคในครัวเรือน ทั้งนี้สมาชิกเหล่านี้ต่างมีพื้นที่ปลูกข้าว แต่รุ่นปู่ย่าพ่อแม่ได้เปลี่ยนพื้นที่ไปปลูกปาล์มน้ำมัน จึงคิดที่จะล้มปาล์มคนละ 2 ไร่มาปลูกข้าว จากนั้นจึงรวมตัวกันประสานไปยังหน่วยงานราชการ ของบประมาณมาล้มต้นปาล์มน้ำมัน
“ในปี 2564 องคมนตรีมาตรวจเยี่ยมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จึงได้เสนอความต้องการไป จากนั้นได้งบประมาณจากสำนักงาน กปร. 80,000 กว่าบาท หลังจากได้งบมาก็ทำนามาแล้ว 1 รอบ ในพื้นที่ 1 ไร่ 3 งาน และเลี้ยงปลาบริเวณรอบแปลงด้วย”นายเสน่ห์ กล่าว

สายน้ำที่หล่อเลี้ยงพื้นที่นาในโครงการปลูกข้าวเพื่อบริโภคครบวงจรในเขตนิคมสหกรณ์อ่าวลึกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นสายน้ำที่มาจากโครงการอ่างเก็บน้ำคลองหยาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่
นางรัชนี แก้วมณี สมาชิกกลุ่มบริหารการใช้น้ำอ่างเก็บน้ำคลองหยาฯ กล่าวว่าในอดีตการทำเกษตรกรรมต้องอาศัยน้ำฝนตามฤดูกาลถึงจะทำนาได้ แต่ตอนนี้ไม่ต้องรอสามารถทำนาได้ทั้งปี ทำประมงเลี้ยงปลา ปลูกผัก ทำสวนผลไม้ อ่างเก็บน้ำแห่งนี้สร้างประโยชน์ให้กับประชาชนอย่างมหาศาล
“ปกติทำนาปีละครั้ง พอมีอ่างเก็บน้ำขาดทุนคือกำไรจริงๆค่ะ คือ รัฐบาลขาดทุน แต่ชาวบ้านได้ประโยชน์มากมายมหาศาลจากอ่างเก็บน้ำ ภายใต้การบริหารจัดการของกรมชลประทานค่ะ”นางรัชนีกล่าว

ในโอกาสที่ พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคใต้ พลเอก เฉลิมชัย สิทธิสาท องคมนตรี รองประธานอนุกรรมการฯ พร้อมคณะอนุกรรมการฯลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการอ่างเก็บน้ำคลองหยาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พบว่าการก่อสร้างถนน และขยายเขตไฟฟ้ารอบอ่างเก็บน้ำคลองหยาฯ ผิวทางลาดยางเพื่อช่วยเหลือราษฎร หมู่ที่ 1 และ 3 ตำบลปลายพระยาใกล้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2568 การก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำ เพื่อช่วยเหลือราษฎรบางส่วนในหมู่ที่ 3 และ 12 ตำบลปลายพระยา ประมาณ 200 ครัวเรือน ที่อาศัยอยู่บริเวณด้านเหนืออ่างจะแล้วเสร็จในเดือนกรกฎาคม 2568 และการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำ เพื่อช่วยเหลือราษฎรบางส่วนในหมู่ที่ 3 และ 12 ตำบลปลายพระยาที่อาศัยอยู่บริเวณด้านท้ายอ่างเก็บน้ำกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินงาน
พระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาน้ำให้กับชาวปลายพระยา จังหวัดกระบี่ ได้ส่งผลให้ราษฎรสามารถทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี และในรัชสมัยปัจจุบันยังมีการดำเนินโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่อยอดการพัฒนาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับราษฎร
“ผมปลาบปลื้มปีติ ตื้นตันใจเป็นอย่างมากที่ได้สานต่อพระราชปณิธานของพระองค์ท่านครับ ทีแรกไม่ค่อยเข้าใจ ว่าการทำคลองชลประทานมาสำคัญอย่างไร พอได้ทำนาก็เข้าใจว่าสะดวกสบายกว่าชาวนาสมัยก่อนมาก เพราะเครื่องมือต่างๆก็เป็นของโรงสีข้าวพระราชทาน เค้าให้มาทั้งหมดทั้งรถไถ ทั้งเครื่องเกี่ยวข้าว เค้าทำให้ทั้งหมดเลยครับ เห็นท้องนาแล้วก็ชื่นใจครับ หายเหนื่อยครับ”นายธเนศ บุษย์เพชร กล่าว
“กลุ่มผู้ทำนาและสมาชิกผู้ใช้น้ำทุกคนรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงเล็กเห็นความเดือดร้อนของสมาชิกผู้ทำนาตรงนี้ เมื่อก่อนไม่มีโครงการถ้าปีไหนฝนตกต้องตามฤดูกาลปีนั้นก็ได้นา แต่ถ้าปีไหนฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาลก็ไม่ได้ทำนา เมื่อมีโครงการเข้ามามีอ่างเก็บน้ำมีคลองส่งน้ำ มีโรงสีพระราชทาน สมาชิกกลุ่มผู้ทำนาก็ได้ทำนาอย่างมีความสุข”นายเสน่ห์ เจียบบุด กล่าว
น้ำคือชีวิต ได้สร้างสุขให้กับราษฎรตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ ให้มีแหล่งน้ำทำการเกษตร อุปโภคและบริโภค และการส่งเสริมให้เปลี่ยนพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันมาเป็นผืนนา ไม่เพียงแต่ช่วยลดรายจ่ายในการซื้อข้าวเพื่อบริโภค ยังเป็นข้าวที่ปลอดสารเคมีช่วยรักษาสุขภาพให้ราษฎรได้มีสุขอนามัยแข็งแรงสมบูรณ์อย่างแท้จริง.
บทความโดย สุวินา เอี่ยมสุทธา

